เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการจาก 4 มหาวิทยาลัยเปิดให้ประชาชนโหวตคู่ขนานกับการโหวตในสภา ด้วยการสแกน QR Code เพื่อโหวตไม่ไว้วางใจ พบว่าในวิธีของนักวิชาการกลุ่มนี้ 1 คนสามารถปั่นยอดไม่ไว้วางใจได้ซ้ำๆ อย่างน้อย 4 วิธีคือ 1.ใช้ incognito mode คือโหมดไม่ระบุตัวตน 2. เปลี่ยน Browser 3.ลบ cookies และ 4. เปลี่ยนอุปกรณ์ ผลที่ตามมาคือเป็นไปได้ที่จะเกิดค่าเบี่ยงเบนผิดพลาด (Error) ไปจากเสียงแท้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ได้และการเปิดให้คนโหวตเสนอตัวเข้ามาอาจก่อให้เกิดอคติ (Bias) ได้จนน่าเป็นห่วงการจะสะท้อนเสียงของประชาชนที่แท้จริง ต้องยึดหลักอย่างน้อย 2 หลักคือ หลักของความเป็นตัวแทนและหลักของการลดความคลาดเคลื่อนและอคติ
โดยหลักของความเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริงจากตัวอย่างบางส่วนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ต้องมีการสุ่มตัวอย่างที่ให้โอกาสการถูกเลือกกับทุกคนในกลุ่มประชากรคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นการปล่อยให้มีการเสนอตัวเข้ามาโหวตและการปล่อยให้มีการจัดตั้งลงซ้ำ ๆ ได้ ไม่ว่าเจตนาหรือไม่เจตนา ย่อมทำลายหลักของความเป็นตัวแทน และส่งผลต่อหลักของการลดความคลาดเคลื่อนและอคติหลักของการลดความคลาดเคลื่อนและอคติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนำสูตรทางสถิติมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและวิธีการโหวตคู่ขนานต้องปิดช่องโหว่ของ 4 วิธี ที่ทำให้เกิดการโหวตไม่ไว้วางใจซ้ำ ๆ จากคน ๆ เดียว เพราะถ้าหากปล่อยไว้เช่นนี้ อาจจะมีกลุ่มมือปืนรับจ้างปั่นยอดจากวิธีการโหวตคู่ขนานของนักวิชาการกลุ่มนี้ได้ ผลของ Vote คู่ขนานจึงอาจจะส่งผลกระทบต่อเกียรติภูมิแห่งภูมิปัญญาและชื่อเสียงของนักวิชาการไทยโดยรวม ที่ท่านนักวิชาการกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจให้เกิดได้.



