สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงอย่างน้อย 6 คน ว่า รัฐบาลปักกิ่ง “มีคำเตือนอย่างจริงจังและตรงไปตรงมาที่สุด” ไปยังรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เกี่ยวกับการที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เตรียมเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการ ในเดือน ส.ค.ที่จะถึง


ทั้งนี้ แหล่งข่าววิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า คำเตือนของจีนครั้งนี้ “รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา” และสื่ออย่างมีนัยเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางทหารต่อไต้หวัน ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงเรื่องนี้เพียงว่า เขายังไม่ทราบกำหนดการของเปโลซีอย่างแน่ชัด แต่การใช้มาตรการทางทหารย่อมไม่ใช่เรื่องดี


ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะเดินทางมาเยือนจริงหรือไม่ ซึ่งรายงานของเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุด้วยว่า นอกเหนือจากแผนการเยือนไต้หวัน เปโลซีเตรียมเยือนอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยเดิมทีเปโลซีมีแผนเยือนไต้หวันตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แต่มีอันต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเธอติดโควิด-19


ขณะที่ นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า การเยือนไต้หวันของเปโลซี “ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม” ถือเป็น “การบ่อนทำลายเอกภาพและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีนในระดับร้ายแรง”


อนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2559 โดยเธอยืนกรานว่า ไต้หวัน “คือประเทศเอกราช” สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับจีน ที่ถือว่า ไต้หวัน “คือมณฑลโพ้นทะเล”


หลังจากนั้น รัฐบาลปักกิ่งเตือนอีกฝ่ายมาตลอดว่า สามารถใช้ “มาตรการขั้นเด็ดขาดทางทหารได้ทุกเมื่อ” ต่อไต้หวัน โดยเฉพาะการที่รัฐบาลไทเปชุดปัจจุบัน “ยั่วยุทางความมั่นคง” อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ยืนยันว่า “การรวมชาติอย่างสมบูรณ์แบบกับมาตุภูมิ” คือปณิธานที่ทั้งจีนและไต้หวันมุ่งมั่นให้เกิดขึ้น.

เครดิตภาพ : REUTERS