จากกรณีเกิดเหตุสลดช้างป่าเขาใหญ่ตกหน้าผาเหวนรกตาย ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพในจุดชมวิวของน้ำตกเหวนรก จู่ ๆ ก็พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อลูกช้างถูกกระแสน้ำเชี่ยวซัดตกจากหน้าผาเหวนรก จากชั้นที่ 1 ตกลงมาสู่ชั้นที่ 2 น่าเวทนาเมื่อช้างในโขลงอีก 2 ตัว คาดว่าเป็นแม่ช้าง และลูกอีกตัวพยายามช่วยเหลือลูกช้างตัวที่ประสบเหตุ ก่อนที่ลูกช้างตัวดังกล่าวจะถูกน้ำพลัด ตกเหวนรกหายไปในที่สุด สร้างความสะเทือนใจแก่นักท่องเที่ยวที่พบเห็นเป็นอย่างมากนั้น..

สูญเสียซ้ำรอย! ลูกช้างตก ‘หน้าผาเหวนรก’ สังเวยสลด แม่ช้างพยายามเข้าช่วย

ซึ่งโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเหตุการณ์ครั้งแรก ที่คร่าชีวิตช้างป่าเขาใหญ่ แต่เหตุสลดนี้เคยเกิดขึ้นมาซ้ำรอยประวัติศาสตร์ รวมคร่าชีวิตช้างป่าทั้งหมดถึง 27 ตัว ใน 36 ปีที่ผ่านมา..

จุดเริ่มต้นแห่งความสูญเสีย ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2529 มีรายงานจากนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้พบซากช้าง 1 ตัว นอนตายอยู่ที่น้ำตกเหวนรก เจ้าหน้าที่จึงไปยังที่เกิดเหตุทันที และได้พบช้างพลายนอนตายติดโขดหินลอยแช่น้ำอยู่ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าตกลงมาจากหน้าผาด้านบน ซึ่งมีความสูงกว่า 50 เมตร อาจตกลงมากระทบกับผาหินเป็นสาเหตุทำให้ช้างตาย คาดว่าตายมาได้ประมาณ 4-5 วัน ตามลำตัวไม่พบบาดแผลที่แสดงว่าถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงถอดเอางาของช้างตัวนี้ นำมาเก็บรักษาไว้ที่ที่ทำการอุทยานฯ ต่อไป

ความสูญเสียครั้งต่อมาราวเดือน ต.ค. 2530 ช้างป่าตกเหวตายถึง 4 ตัว เป็นแม่ช้าง 2 ตัว หนึ่งในช้างที่ตายเป็นลูกช้างที่ตกลงจากหน้าผา ซึ่งในตอนนั้นยังไม่ตายทันที ลูกช้างจึงพยายามหนีตายสุดชีวิตในขณะที่บาดเจ็บขาหักอยู่เป็นเวลาถึง 2 วัน โดยไม่มีใครสามารถให้ความช่วยเหลือได้ เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ สุดท้ายลูกช้างหมดแรงจึงถูกกระแสน้ำพลัดตกและตายไปในที่สุด

จากนั้นปี 2531 มีรายงานช้างป่าตกหน้าผาเหวนรกตายอีก 2 ตัว ช้างป่าตกมาจากหน้าผาน้ำตกชั้นที่หนึ่ง ก่อนถูกกระแสน้ำพัดพาซากช้างป่าตัวดังกล่าวจมหายและตกลงไปถึงน้ำตกชั้นที่ 3 ซึ่งลึกลงไปกว่า 200 เมตร

กระทั่งโศกนาฏกรรมสูญเสียช้างป่าเขาใหญ่ครั้งสำคัญ ที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2535 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อมีช้างป่าแม่ลูก 8 ตัว ถูกกระแสน้ำพัดพาร่างจมหายไปในพริบตาขณะเดินข้ามธารน้ำเหนือน้ำตกเหวนรก และตายทั้งหมดอย่างน่าหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็น

เจ้าหน้าที่แจ้งสาเหตุว่าเกิดจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่เขาใหญ่ ทำให้น้ำป่าไหลหลากจากทุ่งงูเหลือมลงสู่คลองเหนือน้ำตกเหวนรก จนเกิดกระแสน้ำเชี่ยวพัดพาช้างป่าที่กำลังข้ามน้ำลอยไปตกเหวตายทั้งครอบครัว

ต่อมาไม่นานอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็ได้สร้างคอนกรีต เพื่อให้ช้างได้เดินข้ามห่างจากหน้าผาประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมช้างตกหน้าผาเหวนรก และในช่วงเวลานั้นก็ไม่มีเหตุการณ์ช้างป่าตกหน้าผาเหวนรกนั้นอีกเลย

กระทั่งมาเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2562 เมื่อมีรายงานว่าพบซากช้างป่าในน้ำตกเหวนรก 6 ตัว โดยพบว่าทั้งหมดตกจากหน้าผาน้ำตกเหวนรก เบื้องต้นสาเหตุมาจากมีลูกช้างป่า 1 ตัว อายุประมาณ 3 ปี ตกหน้าผาและจมน้ำบริเวณชั้นแรกของน้ำตก ก่อนพบช้างอีก 2 ตัว ที่คาดว่าน่าจะเป็นแม่อยู่บนฝั่งหน้าผาของน้ำตกพยายามที่จะลงไปช่วยลูกช้างที่อยู่ในน้ำตกและมีสภาพอ่อนแรง ก่อนช้างตัวอื่นพยายามช่วยเหลือกัน ทำให้ทั้งหมดทยอยตกกันลงมาตาย สุดท้ายวันที่ 8 ต.ค. 2562 จากเหตุการณ์ดังกล่าวพบซากช้างป่าในน้ำตกเหวนรกเพิ่มอีก 5 ตัว ทำให้รวมเกิดความสูญเสียช้างป่าจากเหตุการณ์นี้รวม 11 ตัว

อย่างไรก็ตามความสูญเสียครั้งล่าสุดกลับบังเกิดขึ้น เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ค. ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพในจุดชมวิวของน้ำตกเหวนรก ก็พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อลูกช้างถูกกระแสน้ำเชี่ยวซัดตกจากหน้าผาเหวนรก จากชั้นที่ 1 ตกลงมาสู่ชั้นที่ 2 ที่น่าเวทนาเมื่อช้างในโขลงอีก 2 ตัว คาดว่าเป็นแม่ช้าง และลูกอีกตัวพยายามช่วยเหลือลูกช้างตัวที่ประสบเหตุ สร้างความสะเทือนใจแก่นักท่องเที่ยวที่พบเห็นเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังเป็นที่น่าเศร้าใจตามไปอีก เมื่อลูกช้างอีกตัวที่พยายามเข้าช่วยเหลือต้องมากจมน้ำตายไปอีกด้วย ทำให้เหตุการณ์ล่าสุดนี้ มีช้างตายรวม 2 ตัว

และทั้งหมดนับเป็นความสูญเสียที่ซ้ำรอยโขลงช้างป่าตกหน้าผาเหวนรก ย้อนรอยตั้งแต่เมื่อปี 2529 เป็นต้นมา เกิดความสูญเสียแล้ว 28 ตัวด้วยกัน.