จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเรื่องของ ราคาสินค้าอุปโภค และบริโภค แต่ยังคงมีอาชีพที่ยังสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อยู่ และได้รับผลกระทบน้อยที่สุดนั่นก็คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ แกะ ที่ยังมีการบริโภคอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งต้นทุนในการเลี้ยงต่ำเพราะเป็นสัตว์กินหญ้า โดยที่ “ก้องภพฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 2/4 หมู่ 4 ต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงและส่งออกแพะ แกะ ได้ทำการศึกษาและทดลองการเลี้ยงกระต่ายเนื้อที่เป็นสัตว์กินหญ้าชนิดเดียวกับแพะ แกะ และยังการตลาดที่ไปได้ดี จึงเริ่มต้นเลี้ยงกระต่ายเนื้อเป็นเจ้าแรกของจังหวัดชัยนาท

นายประเสริฐ กองคูณ วัย 49 ปี เจ้าของก้องภพฟาร์ม เปิดเผยว่า ปกติทำฟาร์มเลี้ยงแพะ ต่อมาได้ศึกษาสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่เพิ่มขึ้นมาคือกระต่ายเนื้อ ก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงเมื่อปลายปี 2564 และพยายามผลักดันให้คนไทยรู้จักกระต่ายเนื้อซึ่งต่างประเทศได้มีการบริโภคกันมานานแล้ว ขอให้แยกแยะระหว่างกระต่ายสวยงามกับกระต่ายเนื้อที่นำมาเป็นอาหาร สำหรับ พ่อ-แม่พันธุ์กระต่ายได้นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียทั้งหมด มีพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ นิวซีแลนด์แบลค ชินชิล่า ไจแอนท์ เนื่องจากมีการพัฒนาโครงสร้าง การเจริญเติบโตดี เลี้ยงง่าย ตัวใหญ่ เนื้อสันค่อนข้างเยอะกว่ากระต่ายในบ้านเรา ลักษณะเด่นลำตัวยาว หลังแบน กระดูกเล็ก ได้เนื้อมากขึ้น น้ำหนักอยู่ที่ 3-6 กิโลกรัม อายุตั้งแต่เกิดถึงจับขายได้ไม่เกิน 4 เดือน ขณะนี้มีการสั่งซื้อกระต่ายเนื้อมาทางเราจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดเดิมของการส่งออกแพะ แกะ อยู่แล้วซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน ราคาขายส่งออกกระต่ายมีชีวิต กิโลกรัมละ 130-150 บาท

ขณะนี้ตลาดผู้บริโภคสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่มีผลผลิตส่งให้ จึงได้เร่งสร้างเครือข่าย “กระต่ายเนื้อก้องภพฟาร์ม” รับสมัครสมาชิกในพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี เพื่อสะดวกในการเก็บผลผลิต โดยประกันราคารับซื้อกลับขั้นต่ำกิโลกรัมละ 100 บาท สำหรับผู้ที่สนใจในการเลี้ยงกระต่ายเนื้อสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 08-5066-9139 หรืออีกช่องทางที่ เพจเฟซบุ๊ก “ก้องภพฟาร์ม”



