นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2565 ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานว่า ภายหลังจากที่ วธ. ได้ติดตามทับหลังกลับคืนจาก Asean Art Museum เมื่อ พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ ไปจัดแสดง ณ ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น ไปจัดแสดงที่ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งแหล่งกำเนิดทับหลังทั้งสองรายการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา และประชาชนสามารถเข้าชมได้แล้ว
รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้รับรายงานความคืบหน้าจากนายเดวิด เคลเลอร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations: HSI) ในการดำเนินคดีและเจรจาให้ส่งคืนโบราณวัตถุไทย 3 รายการ ได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร และพระพุทธรูปยืนศิลปะทวารวดี 2 องค์ กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเดนเวอร์ (The Denver Art Museum) โดยให้พิจารณาส่งคืนโบราณวัตถุดังกล่าวแก่ประเทศไทยโดยเร็ว ขณะเดียวกันในส่วนโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศที่คณะกรรมการฯ จะเริ่มกระบวนการประสานงานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามในลำดับถัดไป จำนวน 2 รายการ ได้แก่ พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดีสมัยทวารวดี จากเมืองโบราณซับจำปา จ.ลพบุรี อยู่ในความครอบครองของสถาบันเอเชียโซไซตี้ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และใบเสมาหินสลักภาพพุทธประวัติสมัยทวารวดี จากเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งปรากฏข้อมูลใน Collection online ของ The British Museum
นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ทางคณะกรรมการฯ ยังได้รายงานข้อมูลโบราณวัตถุไทยในต่างประเทศเพิ่มเติม ได้แก่ ประติมากรรมพระศิวะสำริด จัดแสดง ณ The Metropolitan Museum of Art นิวยอร์ก รวมถึงข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์และผู้ครอบครองโบราณวัตถุจากประเทศไทย ที่ได้ขอความร่วมมือกรมศิลปากรตรวจสอบข้อมูลการนำโบราณวัตถุออกจากประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ได้แก่ The National Gallery of Australia และทายาทนักสะสมที่เมืองโฮโนลูลู สหรัฐอเมริกา โดยคณะกรรมการฯ ได้มอบหมายคณะอนุกรรมการด้านวิชาการฯ และคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายฯ ดำเนินการตรวจสอบและเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาในครั้งต่อไป



