สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า รายงานเดือน ส.ค. ของสำนักเฝ้าระวังภัยแล้งยุโรป (อีดีโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ระบุว่า พื้นที่ 47% ของยุโรปอยู่ภายใต้สถานะเตือนภัย เนื่องจากการขาดความชื้นในดินอย่างชัดเจน ส่วนพื้นที่อีก 17% ภายใต้สถานะแจ้งเตือน ได้รับผลกระทบทางการเกษตร
“ภัยแล้งรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายภูมิภาคของยุโรปตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขยายวงกว้างและเลวร้ายมากขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.” รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ภูมิภาคยุโรป-เมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก มีแนวโน้มที่จะประสบกับสภาพอากาศที่อุ่นและแห้งกว่าสภาวะปกติไปจนถึงเดือน พ.ย.นี้
The current drought in Europe appears to be the worst in at least 500 years, according to @EU_ScienceHub experts.
— European Commission ???????? (@EU_Commission) August 23, 2022
The severe rainfall deficit is affecting crops and increasing the risk of fires.
It has also impacted rivers, affecting the energy sector and river transport. ????
พืชผลฤดูร้อนต่างได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยผลผลิตข้าวโพดของปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วง 5 ปีก่อนหน้าถึง 16% ส่วนผลผลิตถั่วเหลืองและเมล็ดดอกทานตะวันคาดว่าจะลดลง 15% และ 12% ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เริ่มประสบปัญหาและกระทบผู้ผลิตรายอื่นมากขึ้น เนื่องด้วยการขาดแคลนน้ำเพื่อจ่ายให้ระบบหล่อเย็น อีกทั้งระดับน้ำที่ต่ำลง เช่น ตามแนวแม่น้ำไรน์ ยังเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งภายในประเทศ ทำให้ปริมาณการขนส่งถ่านหินและน้ำมันลดลงด้วย
แม้อีดีโอจะกล่าวว่า เหตุการณ์ฝนตกเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา อาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ แต่ในบางกรณีก็มีพายุฝนฟ้าคะนองที่สร้างความเสียหายเพิ่มเติมเช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



