สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า รายงานเดือน ส.ค. ของสำนักเฝ้าระวังภัยแล้งยุโรป (อีดีโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ระบุว่า พื้นที่ 47% ของยุโรปอยู่ภายใต้สถานะเตือนภัย เนื่องจากการขาดความชื้นในดินอย่างชัดเจน ส่วนพื้นที่อีก 17% ภายใต้สถานะแจ้งเตือน ได้รับผลกระทบทางการเกษตร

“ภัยแล้งรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายภูมิภาคของยุโรปตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขยายวงกว้างและเลวร้ายมากขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.” รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ภูมิภาคยุโรป-เมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก มีแนวโน้มที่จะประสบกับสภาพอากาศที่อุ่นและแห้งกว่าสภาวะปกติไปจนถึงเดือน พ.ย.นี้

พืชผลฤดูร้อนต่างได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยผลผลิตข้าวโพดของปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วง 5 ปีก่อนหน้าถึง 16% ส่วนผลผลิตถั่วเหลืองและเมล็ดดอกทานตะวันคาดว่าจะลดลง 15% และ 12% ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เริ่มประสบปัญหาและกระทบผู้ผลิตรายอื่นมากขึ้น เนื่องด้วยการขาดแคลนน้ำเพื่อจ่ายให้ระบบหล่อเย็น อีกทั้งระดับน้ำที่ต่ำลง เช่น ตามแนวแม่น้ำไรน์ ยังเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งภายในประเทศ ทำให้ปริมาณการขนส่งถ่านหินและน้ำมันลดลงด้วย

แม้อีดีโอจะกล่าวว่า เหตุการณ์ฝนตกเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา อาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ แต่ในบางกรณีก็มีพายุฝนฟ้าคะนองที่สร้างความเสียหายเพิ่มเติมเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS