สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่า สำหรับนักเศรษฐศาสตร์สหรัฐ “ต้นทุนสังคม” คือผลเสียของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีต่อความเป็นอยู่ของผู้คน และคำนวณออกมาเป็นเงินดอลลาร์ โดยพิจารณาถึงผลกระทบต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงในการผลิตทางการเกษตร, ความเสียหายจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และสุขภาพมนุษย์ที่แย่ลง

แม้ในปัจจุบัน สหรัฐจะกำหนดต้นทุนดังกล่าวไว้ที่ประมาณ 51 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน (ประมาณ 1,870 บาท) แต่การวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์อเมริกันกล่าวว่า ความเสียหายตามความเป็นจริงมีแนวโน้มที่จะสูงกว่าตัวเลขข้างต้นอย่างมาก ที่ราว 185 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (ประมาณ 6,780 บาท)

“นั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการประมาณต้นทุนสังคมที่สูงขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้น” นายไบรอัน เพรสต์ ผู้เขียนร่วมของงานวิจัย และนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร “รีซอร์เซส ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์” กล่าว

อย่างไรก็ตาม ถึงรัฐบาลกลางสหรัฐอาศัยตัวเลขต้นทุนทางสังคมเพื่อแจ้งมาตรฐานการปล่อยก๊าซของยานพาหนะและโรงไฟฟ้า รวมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า และใช้เป็นพื้นฐานของการกำหนดนโยบายต่าง ๆ แต่รายงานปี 2560 ของสถาบันวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ (นาเซม) ระบุว่า รัฐบาลกลางใช้งานวิจัยล้าสมัยในการประเมินต้นทุนสังคม และคำนวณผลที่ตามมาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องกับแบบจำลองระบบโลกที่ซับซ้อนในปัจจุบัน.

เครดิตภาพ : REUTERS