สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ว่า นายราหุล คานธี แกนนำคนสำคัญของพรรคคองเกรส ขึ้นเวทีปราศรัย ในกรุงนิวเดลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โจมตีนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ว่า ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน ราคาอาหาร และราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังใช้นโยบายเน้นเอาใจนายทุนและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ข้อมูลที่มาจากการรวบรวมเองโดยพรรคคองเกรส ระบุว่า ราคาเชื้อเพลิงและอาหารสดที่จำเป็นในอินเดีย มีราคาแพงขึ้นระหว่าง 40-175% นับตั้งแต่โมดีขึ้นสู่อำนาจบริหารสูงสุดทางการเมือง เมื่อเดือน พ.ค. 2557

ขณะเดียวกัน คานธี กล่าวว่า รัฐบาลโมดีซึ่งมีจุดยืนชาตินิยมขวาจัด สร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวและการแบ่งแยกในอินเดีย ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม สื่ออย่างมีนัยถึงนโยบายของพรรคแกนนำรัฐบาล คือ พรรคภารติยะ ชนตะ ( บีเจพี ) ซึ่งใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแบ่งขั้วทางการเมือง
India’s Gandhi slams PM Modi over price rise, Hindu-Muslim divide https://t.co/AEy7e2Pol9
— Al Jazeera English (@AJEnglish) September 4, 2022
ด้าน นางนิรมาลา สิตารามัน รมว.คลังของอินเดีย กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์” ที่เศรษฐกิจของอินเดียจะเผชิญกับภาวะถดถอย แต่ยังคงต้องฝ่าฟันอย่างหนัก ท่ามกลางแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับการปราศรัยทางการเมืองของคานธีในครั้งนี้ เรียกได้ว่า เป็นการอุ่นเครื่องแคมเปญหาเสียง ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นของรัฐหิมาจัลประเทศ ในเดือน พ.ย. ที่จะถึง และที่รัฐคุชราต ซึ่งเป็นฐานเสียงของโมดี ในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ว่า ผลการเลือกตั้งของทั้งสองรัฐ น่าจะสามารถใช้ชี้วัดทิศทางการเลือกตั้งแห่งชาติในปี 2567 ได้ด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



