จากอาหารจานโปรดสู่หนังสั้นโดนใจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ นางสาวภักภิราภรณ์ รักถิ่นไทย นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมมัลติมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เจ้าของผลงานหนังสั้นเรื่อง “ชามสุดท้ายก่อนบายเธอ” ทำให้ได้รับรางวัลบัวหลวงทองคำ ประจำปี 2565 กวาด 4 รางวัล รางวัลชนะเลิศผู้กำกับน้อย คนแรกของประเทศไทย รางวัลชนะเลิศ หนังสั้นยอดเยี่ยมรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และรางวัล Popular Vote-Social Media จากโครงการประกวดหนังสั้นหัวข้อจานโปรด episode ลับ โดยธนาคารกรุงเทพ ประเภทนักเรียน นักศึกษา เรียกว่าโชว์สกิลฉายแววครีเอทผลงานสุดปังจนกวาดรางวัลไปถึง 4 รางวัล ชวนพูดคุยไปกับนางสาวภักภิราภรณ์ เด็ก ม.กรุงเทพ ถึงผลงานสร้างชื่อในครั้งนี้กันหน่อย

ภักภิราภรณ์ เผยว่า “จุดเริ่มต้นงานนี้ด้วยความที่เป็นคนชอบศึกษาเรียนรู้ชอบคิด ชอบอ่านจากเด็กสายวิทย์ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยกรุงเทพด้วยการเข้ารับทุนเพชรในชัยพฤกษ์และเข้าศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิชาวิศวกรรมมัลติมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็น 2 ศาตร์ที่เราชอบทั้งวิทย์และนิเทศฯ จึงตัดสินใจเรียนคณะนี้ในสาขานี้ซึ่งตอบโจทย์กับสิ่งที่ตัวเองชอบและรักมาก ส่วนตัวเป็นคนทำงานเกี่ยวกับเบื้องหน้ามาตั้งแต่เด็กได้เห็นกระบวนการการออกกองของพี่ๆ จึงเกิดเป็นความชอบที่อยากจะรู้ถึงการทำงานเบื้องหลังจึงได้เริ่มเรียนรู้ทุกกระบวนการผ่านการทำงานต่างๆ ในการส่งงานเข้าประกวด ผลงานนี้ชื่อว่าชามสุดท้ายก่อนบายเธอ ผลงานนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องราวจากตัวหนูกับน้องสาวเอง และเห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่พี่น้องทุกคู่ทุกครอบครัวมักมีเรื่องให้ทะเลาะหยอกล้อให้ยียวนกวนประสาทกันเสมอ แต่ในลึกๆ ความผูกพันสายใยนี้ความเป็นพี่น้องที่รักกันมีให้กันเสมอแต่เพียงไม่พูดออกมา จะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อต้องลาจากกัน เมื่อนั้นหล่ะรู้เลยว่าเราสองคนพี่น้องขาดกันไม่ได้ใจมันหาย ส่วนร้านที่นำมาเล่าเรื่องผ่านหนังสั้นนั้นเป็นร้านก๋วยจั๊บที่เคยทานอยู่แล้วรสชาติอร่อยบรรยากาศดีริมน้ำ ยังมีวิถีชีวิตเดิมให้ได้เห็น จึงเป็นร้านโปรดที่เราชอบและนึกถึงทันทีที่ได้รับโจทย์ให้ทำหนังสั้นจานโปรด ที่เราเองก็แอบหยิบเรื่องราวในชามมาให้เล่าเรื่องสอดคล้องกับเรื่องราวของเราสองคนอย่างสนุกเข้มข้นซาบซึ้งเรียกได้ว่ากลมกล่อมเหมือนก๋วยจั๊บชามนี้เลย”

“4 รางวัลที่ได้ ผลงานนี้เป็นผลงานที่ภูมิใจและหายเหนื่อยเลยกับรางวัลที่ได้รับ เพราะทุกกระบวนการทุกตำแหน่งหน้าที่ตัวเรานั้นรับบทบาทนั้นหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเขียนบท ผู้กำกับ กำกับภาพและเสียง นักแสดง รวมถึงตัดต่อครบจบที่เราเลย จึงถือเป็นผลงานที่ท้าทายตัวเองมากครั้งแรกที่ต้องทำเองทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานที่ตั้งใจมาก ทุกขั้นตอนจึงเป็นอะไรที่เรารู้ดีเทลการทำงานทั้งหมด การเรียนรู้สร้างสรรค์ผลงานนี้ออกมาทำให้เรารู้และเข้าใจทุกตำแหน่งงานจริงๆ ความสนุกอยู่ที่เราจะต้องวางแผนยังไงให้งานดำเนินได้ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบไหนด้วยตัวเราเองที่เป็นผู้ตัดสินใจเพียงหนึ่งเดียว การทำงานแบบนี้กลับทำให้หนูได้เจออีกบทบาทหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าเกิดเป็นความชื่นชอบเลยทีเดียว ขอบคุณที่มอบรางวัลให้เด็กผู้หญิงคนนี้ที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาถึง 4 รางวัลเกินคาดมากจะนำประสบการณ์ทุกอย่างที่ได้รับนี้นำต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานมาให้ได้รับชมอีกเรื่อยๆ”



