สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จออก ณ ท้องพระโรง พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน พระราชทานพระบรมวราชวโรกาส ให้สมาชิกสภาสามัญและสภาขุนนาง เข้าเฝ้าฯ เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัย ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

King Charles III arrives at Westminster Hall where he will receive condolences from MPs and peers for the death of the Queenhttps://t.co/nVHm2c6o6W pic.twitter.com/ylvRZoblrr
— BBC News (UK) (@BBCNews) September 12, 2022
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ประทับพระราชอาส์น ต่อจากนั้น เซอร์ลินด์เซย์ ฮอยล์ ประธานสภาสามัญ และลอร์ด แมคฟาลแห่งอัลคลูธ ประธานสภาขุนนาง อ่านหนังสือแสดงความไว้อาลัยและรำลึกแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

Lord Speaker Lord McFall of Alcluith presents an address on behalf of the House of Lordshttps://t.co/nVHm2c6o6W pic.twitter.com/oZbL0xPCqK
— BBC News (UK) (@BBCNews) September 12, 2022
"Deep as our grief is, we know yours is deeper"
— BBC News (UK) (@BBCNews) September 12, 2022
The Speaker of the House of Commons, Sir Lindsay Hoyle, offers condolences to the King on behalf of MPshttps://t.co/nVHm2c6o6W pic.twitter.com/2lkQX7Fodc
ขณะที่ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชดำรัสขอบพระทัยสมาชิกรัฐสภา และผู้ที่มาเข้าเฝ้าฯ โดยตรัสเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือแสดงความไว้อาลัยแด่พระราชมารดา ว่าซาบซึ้งกินใจเป็นอย่างยิ่ง และมีความหมายอย่างมากสำหรับพระองค์ และสมาชิกในราชวงศ์วินด์เซอร์ทุกพระองค์

"I cannot help but feel the weight of history"
— BBC News (UK) (@BBCNews) September 12, 2022
King Charles III responds to the messages of condolences, telling MPs and peers "Parliament is the living and breathing instrument of our democracy" https://t.co/nVHm2c6o6W pic.twitter.com/Jz0bSrUyaE
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชดำรัสต่อไปว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 “ไม่ได้จากไปไหน” และทรงยกย่องกลไกลการทำงานของรัฐสภา “คือหนึ่งในเสาหลักประชาธิปไตยของชาติ” พร้อมทั้งทรงทิ้งท้ายว่า พระองค์จะทรงยึดมั่นตามการบริหารภายใต้รัฐธรรมนูญของรัฐบาล.
เครดิตภาพ : REUTERS



