เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดโครงการผนึกกำลังเป็นภาคีเครือข่ายโครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่อง เพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ.อย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ กทม.รับมอบประกันภัย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ (จยย.) เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจำนวน 500 ฉบับ

ผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า ปัจจุบัน กทม. มีผู้ขับขี่รถ จยย.ประมาณ 4 ล้านคัน แต่ต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแค่ 2.9 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 70 ของผู้ขับขี่รถ จยย. เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะมีปัญหาเรื่องสินไหมทดแทน หรือความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแต่ละปี กทม. มีอุบัติเหตุจากรถ จยย. เฉลี่ย 7 หมื่นครั้ง ที่ผ่านมาพยายามรณรงค์เรื่องความปลอดภัยทั้งในแง่กฎจราจร และการใช้ความเร็ว ซึ่ง พ.ร.บ. ถือเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ร่วมกับความปลอดภัย

“ส่วนใหญ่คนที่ใช้รถ จยย. จะอาศัยอยู่ในชุมชน กทม. มีชุมชนที่เป็นชุมชนแออัดกว่า 900 แห่ง มีผู้อาศัยอยู่กว่า 9 แสนคน การมี พ.ร.บ. จึงเป็นการลดความเสี่ยงหากเกิดอุบัติเหตุหรือการสูญเสียในอนาคตก็จะมีค่ารักษาพยาบาลช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายได้”

นอกจากนี้ ระบุว่า กทม. จะรณรงค์ต่อเนื่องอีกหลายเรื่อง เช่น สนับสนุนให้มีการออมวันละ 1 บาท เพราะประกันภัย พ.ร.บ.รถ จยย. มีค่าเบี้ยประกันไม่สูงประมาณ 300 บาท หากออมวันละ 1 บาท 1 ปี ก็เพียงพอในการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย, การสวมหมวกกันน็อกทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง, การควบคุมความเร็ว และการเคารพกฎจราจร โดยจะเกาะกลุ่มเป้าหมายหลายๆ กลุ่มทั้งกลุ่มวิน จยย. และบริษัทที่ใช้รถ จยย. จำนวนมาก

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ประกันภัยที่มอบให้จำนวน 500 ฉบับนี้ มีอายุการใช้งาน 1 ปี จากนี้ กทม. จะเป็นผู้นำไปจัดสรรแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ส่วนความร่วมมือจะได้หารือการดูแลในส่วนของบุคลากรลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวว่าจะสามารถเข้าช่วยเรื่องอื่นๆ ได้หรือไม่, การทำประกันอัคคีภัย จะมีพัฒนากรมธรรม์ให้สอดคล้องกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ กทม. และการทำประกันสุขภาพ ต่อยอดจากสวัสดิการเดิมที่รัฐมีให้ โดยอาจใช้ กทม. เป็นพื้นทึ่นำร่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศทำกัน.