นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุม APEC Climate Symposium 2022 (APCS 2022) ว่า ภาพรวมวันนี้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งน่าจะไปถึงสิ้นเดือนตุลาคม คาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องไปอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข่าวการแจ้งเตือนเรื่องภัยน้ำท่วม เพราะยังมีโอกาสอยู่ที่จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่เหมือนที่เกิดในช่วงที่ผ่านมา เช่น พื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ซึ่งตอนนี้ก็ต้องเร่งระบายน้ำเพื่อรองรับโอกาสที่จะมีฝนตกเติมเข้ามาอีก ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ อาจจะมีพายุเข้ามาในประเทศไทยได้อีก หนึ่งถึงสองลูกในช่วงกันยายนถึงตุลาคม ทางกระทรวงฯ ก็ติดตามเฝ้าระวังอยู่ และหลังจากเดือนตุลาคม ร่องมรสุมก็น่าจะลงไปทางภาคใต้ ซึ่งต้องติดตามเฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วมในพื้นภาคใต้อีกด้วย
ปัจจุบันรัฐบาลทํางานแบบบูรณาการ มีระบบไอที ระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด การพยากรณ์อากาศโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์แล้วส่งข้อมูลไปที่ กทม. สำนักงานระบายน้ำ กรมชลประทาน ศูนย์เตือนภัย ปภ. กระทรวงมหาดไทย จะมีข้อมูลทั้งหมดเชื่อมโยงกัน ที่สําคัญคือ เมื่อมีการแจ้งเตือนไปแล้ว จะมีการประสานงานกันเพื่อให้ทุกหน่วยงานได้มีแผนในการรับมือกับปริมาณน้ำที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องเรียนให้พี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าเราจะทราบล่วงหน้าว่าจะมีฝนตกหนักแต่ด้วยระบบการระบายน้ำ หรือสภาพพื้นที่ของเรา เช่น ใน กทม.ท่อระบายน้ำอาจจะเล็ก มีถนน มีชุมชนเยอะ การระบายน้ำก็เป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นก็จะมีขีดจำกัด บางจุดอาจระบายไม่ทัน เพราะว่าติดด้วยสภาพภูมิประเทศหรือสภาพบ้านเมืองซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ส่งข้อมูลพยากรณ์อากาศให้กับ กทม. และหน่วยงานที่มีภารกิจในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนอยู่ตลอด จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมตัวรับมือสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับการประชุม APEC Climate Symposium 2022 (APCS 2022) เป็นงานที่เกี่ยวกับการประชุมเอเปคมี 21 เขตเศรษฐกิจที่มาเข้าร่วมประชุม ซึ่งจะมีการประชุมเอเปคซัมมิทในเดือนพฤศจิกายน ผู้นําหลายประเทศก็จะมาประชุม ในหัวข้อ “การเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเอเปคด้วยแอพพลิเคชั่นปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing APEC Resilience through AI Applications in Climate Change Adaptation)” นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพยากรณ์อากาศ และในการวางแผนการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน การผลิตสินค้า การบริการต่างๆ รวมถึงเรื่องการเกษตรเพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัว ใช้ชีวิตกับ climate change ได้โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หลายประเทศก็เริ่มพัฒนากันแล้วได้นํามาใช้ ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อให้ข้อมูลที่ได้จากการจากการพยากรณ์อากาศ มีความแม่นยำมากขึ้น



