จากกรณีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพประกอบ​ ใจความระบุถึงการเตือนภัยพ่อแม่เป็นอุทาหรณ์ หลังสามีพาครอบครัวไปเล่นสวนสนุกในห้างดัง ขณะที่สามีพาลูกเข้าไปเล่นเครื่องเล่นเด็ก ระหว่างนั้นเกิดเดินไปชนอุปกรณ์การเล่น จนกระดูกทับเส้นประสาท 2 ข้อ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องทำกายภาพต่อเนื่อง จนหมดค่ารักษาไปนับล้านบาท ผ่านไป 2 เดือน เจ้าของเครื่องเล่นแค่นำกระเช้ามาเยี่ยม พร้อมเสนอเงินเยียวยาเพียง 8 หมื่นบาท โดยอ้างว่าไม่เข้าข่ายประกัน ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ น.ส.ปุณยา หาญศิวาทิพย์ อายุ 39 ปี เจ้าของโพสต์และเป็นภรรยาของ นายชิ ปิงกุง หรือ อิริค อายุ 41 ปี ชาวไต้หวัน ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุปกรณ์ในสวนสนุกดังกล่าว พร้อมด้วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกเดียวกันอีก 1 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากสนามเด็กเล่นในร่มชื่อดังขนาดใหญ่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับ พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองเลขาธิการ สคบ. เพื่อขอให้พิจารณาค่าสินไหม-ฟ้องคดีผู้บริโภค หลังจากมีผู้เสียหายหลายรายประสบอุบัติเหตุสาหัสจากอุปกรณ์ภายในสนามเด็กเล่น

พ.ต.อ.ประทีป กล่าวว่า สคบ. มีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภค ที่เกิดความผิดพลาดจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สคบ. สำหรับกรณีนี้ หลังจากที่รับเรื่องแล้ว ทาง สคบ. จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น รวมถึงจะมีการขอข้อมูลจากผู้ประกอบการว่า มีการซื้อสินค้ามีหลักฐานไหม การใช้บริการมีหลักฐานหรือเปล่า และไปใช้บริการมีความผิดพลาดอย่างไร ซึ่งกระบวนการของเราหลังรับเรื่อง ถ้ามีใช้สินค้าหรือบริการและมีความเสียหายจริง ก็จะเชิญผู้ประกอบการผู้ประกอบธุรกิจมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง

ในส่วนของการเรียกร้องเจรจาไกล่เกลี่ยก็ต้องดูว่า สามารถไกล่เกลี่ยได้หรือไม่ ซึ่งก็คือบทบาทของ สคบ. ไกล่เกลี่ยในระดับชั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ซึ่งเรามีคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านมาช่วยเจรจา กระบวนการต่อไป หากไกล่เกลี่ยแล้วจบก็จะจบ แต่ถ้าไม่จบกระบวนการต่อไป ก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาว่าสมควรที่ฟ้องแทนผู้เสียหายหรือเปล่า ซึ่ง สคบ. ก็มีกระบวนการในการพิจารณาอีกครั้งว่าเข้าหลักเกณฑ์ในการให้ สคบ. ยื่นฟ้องแทนผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งหาก สคบ. ไม่ได้เป็นผู้ยื่นฟ้องให้ ทางผู้เสียหายก็สามารถยื่นฟ้องเองได้

พ.ต.อ.ประทีป กล่าวต่ออีกว่า สำหรับระยะเวลาในการพิจารณานั้น ปัจจุบัน สคบ. ทำงานค่อนข้างเร็วขึ้น เพราะกระบวนการต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบออนไลน์ได้ ส่วนเอกสารถ้าไม่ครบ ก็จะมีการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องอีกครั้ง ทางผู้ประกอบการก็เช่นกัน ส่วนการเจรจาไกล่เกลี่ยนั้น ปัจจุบัน สคบ. ก็ใช้วิธีเจรจาไกล่เกลี่ยออนไลน์อยู่แล้ว แต่มันอาจจะมีกระบวนการที่ใช้เวลาซักหน่อยแต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะทุกวันนี้ สคบ. ก็ให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาใช้ สำหรับผู้เสียหายรายอื่นสามารถยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ได้ที่ OCPB Connect

สำหรับเอกสารผู้ร้องในเคสข้อเท็จจริงนี้จะเป็นเรื่อง เครื่องเล่นสนาม ความจริงแล้ว สคบ. มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เนื่องด้วยเครื่องเล่นสนามเป็นสินค้าควบคุม ส่วนเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นเป็นสินค้าควบคุมฉลาก แต่ต้องดูว่าองค์ประกอบข้อเท็จจริงเข้าหรือเปล่า ต้องดูรายละเอียดจากผู้ร้องอีกครั้ง เพราะเครื่องเล่นสนามของเราจะเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็กอายุ 2-14 ปี เราจึงต้องมีองค์ประกอบในการพิจารณา ส่วนเรื่องการขออนุญาตเครื่องเล่นสนาม ปกติการอนุญาตจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น หรือเทศบาล ของเราคือการควบคุมฉลากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่เด็ก

น.ส.ปุณยา กล่าวว่า ที่มายื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ทาง สคบ. เป็นตัวกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งวันนี้ตนพร้อมด้วยผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปใช้บริการอีก 1 ราย นำเอกสารหลักฐานมามอบให้กับเจ้าหน้าที่และยังมีผู้เสียหายอีก 1 ราย ฝากเอกสารร้องเรียนมาเพิ่มด้วย โดยหลังจากนี้ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของ สคบ. ต่อไป.