จากกรณี น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมพร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ น้องตุ้ม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เหยื่อพ่อเลี้ยงหื่น ถูกบังคับข่มขืนใจมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ทนทุกข์ทรมานจิตใจหลายปี เนื่องจากมีแม่แท้ๆ เป็นคนรู้เห็นเป็นใจ ปกป้องช่วยเหลือให้เป็นเหยื่อกามให้พ่อเลี้ยงขืนใจ เนื่องจากทั้ง 2 สามีภรรยาตกเป็นทาสยาบ้า จนกระทั่งเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ความแตก เนื่องจากน้องตุ้ม ปัจจุบันอายุ 16 ปี ตั้งครรภ์ พร้อมคลอดลูกสาวออกมา ปัจจุบันมีอายุได้ประมาณ 2 เดือน ญาติๆ สุดทน จึงประสานตำรวจและหน่วยงานยุติธรรมดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยตำรวจได้เอาผิดกับพ่อเลี้ยง คือนายอินทร์ปอน (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ชาวบ้านขามเตี้ยใหญ่ ต.นาขมิ้น อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ในข้อหาหนัก รวม 3 ข้อหา ทั้งฐานความผิดเสพยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า รวมถึงข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายและทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กยินยอมหรือไม่ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังดำเนินคดีกับแม่คือ นางสุพันนี (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ในข้อหาเสพยาบ้าและมียาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่าย โดย 2 สามีภรรยาอยู่ระหว่างส่งฝากขังที่เรือนจำกลางนครพนม รอการพิจารณาตัดสินของศาลจังหวัดนครพนม จากที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบกับนายพันเทพ (สงวนนามสกล) อาชีพรับจ้างทั่วไป อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของน้องตุ้ม โดยนายพันเทพ เปิดเผยว่า ตนมีลูกกับนางสุพันนี ด้วยกัน 4 คน ชาย 1 คน หญิง 3 คน ต่อมาลูกชายเสียชีวิต จึงเหลือเพียงลูกสาว 3 คน คนโตออกไปมีครอบครัวแล้ว ครอบครัวเหลือเพียงน้องตุ้มและลูกสาวคนเล็ก นางสุพันนี ชอบเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดทั้งเสพทั้งขาย จนได้รู้จักกับนายอินทร์ปอน (สงวนนามสกุล) ซึ่งชื่นชอบการเสพยาบ้าด้วยกัน จึงได้เลิกรากับตนไป โดยพาลูกสาวทั้งสองของตนไปด้วย ตลอดเวลาที่ลูกสาวทั้งสองของตนไปอยู่อาศัยกับแม่และพ่อเลี้ยง ลูกๆ ต้องพบแต่ความลำบาก เนื่องจากพ่อเลี้ยงและแม่มักหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติด เงินค่าจ้างค่าแรงที่ได้จากการทำงานทั่วไปก็หมดกับการซื้อหายาบ้า ซึ่งหาได้ง่าย จึงได้พยายามส่งเสียเงินทองตามกำลังเท่าที่พอหาได้ให้น้องตุ้ม เพื่อจะได้นำไปแบ่งเลี้ยงน้องคนเล็กไปด้วย

ต่อมาลูกคนเล็กก็ร้องขอกลับมาอยู่กับพ่อ ขณะนั้นตนก็ไม่ทราบถึงสาเหตุที่ขอกลับมา ไม่ทราบว่ามาจากเรื่องที่เกิดหรือไม่ ซึ่งตนไม่อยากเห็นลูกต้องออกไปใช้ชีวิตในสภาพแบบนั้นอีกต่อไป แม้ตนจะทำงานรับจ้างทั่วไปรายได้ไม่มากนักก็ตาม แต่ที่ผ่านมาก็คอยส่งเสียเลี้ยงลูกมาโดยตลอด เพราะรู้ดีแม่และพ่อเลี้ยงไม่ค่อยสนใจในความเป็นอยู่ของลูกอยู่แล้ว จึงอยากขอให้ลูกๆ มาอยู่กับตนจะดีกว่า แม้ฐานะไม่ดีนักก็ตาม แต่เชื่อว่าสามารถหาเลี้ยงลูกได้

พ่อทาสยาบ้าข่มขืนลูกเลี้ยง8ขวบมาราธอนกว่า10ปี แถมแม่แท้ๆยังรู้เห็นให้เป็นเหยื่อกาม

นางอุดร (สงวนนามสกุล) ญาติของนายอินทร์ปอน พ่อเลี้ยง เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นแบ่งพื้นที่หลังบ้านบางส่วนให้ครอบครัวนี้พักอาศัยชั่วคราว จะดูแลอยู่ห่างๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะนายอินทร์ปอนเป็นคนมีนิสัยดุดันก้าวร้าว ไม่ชอบให้ใครเข้าไปข้องเกี่ยว ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุเลยเถิดข่มขืนลูกเลี้ยงมาราธอนนานถึงเพียงนี้ โดยที่ตนก็เห็นความผิดปกติในตัวของน้องตุ้มว่า ทำไมจึงอ้วนผิดปกติ เมื่อสอบถามก็บอกปฏิเสธว่า น้องอ้วนขึ้นอย่างนั้นเอง กระทั่ง นางสุพันนี แม่น้องตุ้ม ได้เข้ามาตนบอกว่า เด็กที่อยู่ในท้องลูกของน้องตุ้มไม่ดิ้น ความดังกล่าวเลยแตก ก่อนที่ได้มีการแจ้งความเพื่อสู่การจับกุมตามที่เป็นข่าว

ด้านนางขาล (สงวนนามสกุล) ป้าของน้องตุ้ม พี่สาวของพ่อ กล่าวว่า ตนเองได้รับน้องตุ้มมาอุปการะพร้อมกับดูแลหลานวัย 2 เดือน ลูกของน้องตุ้ม ตอนนี้สภาพจิตของน้องตุ้มเริ่มคลายกังวลและได้เล่าเรื่องต่างๆ ที่ประสบมาจากการกระทำของพ่อเลี้ยงอย่างน่าเวทนา จนตนเองก็กลั้นน้ำตาไม่ได้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้น้องตุ้มอยู่กับตนไปก่อน เพราะทุกวันนี้ก็ไม่มีใคร ลูกสาวก็ไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้กลับมา