กรณีมีการแชร์ภาพความเสียหายของกำแพงคลองระบายน้ำสายที่ 1 หรือ คลอง ร.1 ในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ที่ชำรุดเป็นช่องโหว่ หลังประสบอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568 ทำให้มีชาวบ้านเดือดร้อน และที่ผ่านมายังไม่มีการซ่อมแซมแต่อย่างใด จนเกิดความหวาดกลัวว่าหากเกิดน้ำหลากปีนี้อาจกระทบหนัก จึงเข้ามาร้องสื่อให้ช่วยตรวจสอบ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ผวาซ้ำรอยปี 68! วอนชลประทานเร่งซ่อมกำแพงกั้นน้ำ หวั่นน้ำหลากท่วมมิดบ้าน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ศูนย์ประสานงานสมาชิกวุฒิสภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตัวแทนของชาวบ้าน ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภากลุ่มสื่อสารมวลชน ว่า ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้กับจุดกำแพงคลอง ร.1 พังเสียหาย ก็แสดงความกังวลว่าปีนี้หากไม่มีการซ่อมแซมจุดนี้ บ้านคงถูกน้ำท่วมสูงมากกว่าปี 2568 ที่น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านที่อาศัยริมคลอง ร.1 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ พนังกำแพงกั้นน้ำชำรุดจากน้ำท่วมและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากปลายปี 68 มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมาตรวจสอบจุดที่กำแพงพังเสียหายแล้ว และใกล้หน้าฝน พนังกำแพงคลอง ร.1 ยังไม่ได้ซ่อมแซม หวั่นว่าระดับน้ำจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านจากปลายปี 68 ประมาณ 1 เมตร เป็น 2 เมตร ขอให้หน่วยงานรัฐรีบช่วยเหลือชาวบ้านก่อนที่จะเกิดอันตราย

นายไชยยงค์ กล่าวอีกว่า หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2568 ชาวบ้านก็เดือดร้อนมาก ถึงตอนนี้ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้ว จุดที่พังเสียหาย โดยเฉพาะข้างบ้านชาวบ้าน ที่กำแพงเป็นช่องโหว่ ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนมารับผิดชอบ และหากปีนี้น้ำหลากซ้ำอีก จุดนี้จะอันตรายมาก เพราะกำแพงชำรุด และคิดว่าหากไม่เร่งซ่อมแซม ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ท่าช้าง ก็คงจะอยู่ไม่ได้ น้ำคงเอ่อท่วมสูงจนต้องอพยพแน่นอน จึงอยากวิงวอนให้กรมชลประทาน มีคำสั่งเด็ดขาด ให้ช่วยมาดูแลซ่อมแซมจุดนี้ด้วย เพราะว่าทุกหน่วยงานร่วมมือกันหมดแล้ว แต่ชลประทานไม่มีคำตอบให้กับประชาชน ว่าเหตุใดจุดนี้ยังไม่ซ่อมแซม เพราะเหลือเวลาประมาณอีก 4-5 เดือน น้ำกำลังจะมา และหากเพิกเฉยก็ซ่อมไม่ทัน 100%

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนเลียบคลอง ร.1 ทั้ง 2 ฝั่ง ในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ พบความเสียหายที่เกิดจากน้ำกัดเซาะ ช่วงน้ำหลากปลายปี 68 โดยบางจุดน้ำกัดเซาะผิวถนนและยางมะตอยลงไปในทุ่งนาและสวนของชาวบ้าน บางจุดก็เป็นรูโหว่ ขณะที่บางจุดอยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำ ถนนก็พังเสียหายเป็นวงกว้าง ส่วนการสัญจรชาวบ้าน รถยนต์ไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านบางจุดได้ ส่วนชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ ก็ต้องไปขี่บนไหล่ของกำแพงกั้นน้ำแทนการขี่บนถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุตกหลุมจนรถเสียหลักได้





