เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการอภิปรายนอกสภา ในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของนายกฯ ท่ามกลางวิกฤตโควิด จะอยู่หรือไป” ว่า รู้สึกเป็นห่วงกับการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศปิดแคมป์คนงาน และไม่ให้นั่งกินในร้านอาหาร ส่งผลกระทบต่อสังคมทุกภาคส่วน ทั้งแม่ค้า เกษตรกร ฟาร์มเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ประมง มีรองนายกฯบอกว่ารัฐบาลเยียวยาไปแล้ว แต่นั่นถือเป็นเรื่องของงบประมาณราชการ แต่ประชาชนต้องการทำมาหากินโดยไม่ต้องการเบียดเบียนงบประมาณของราชการ ดังนั้นในฐานะที่ตนเป็นคนกันเอง เพราะได้สนับสนุนนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด อยากเสนอว่า รัฐบาลต้องเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมาย เด็ดขาดในการกระจายวัคซีน และเด็ดขาดในการจัดหาวัคซีน โดยรับฟังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รพ.ตำบล และประชาชน โดยที่นายกฯจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ การออกมาตรการล็อคดาว ควรให้มอบอำนาจให้กับท้องถิ่นในการตัดสินใจ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกัน

นายถาวร กล่าวต่อว่า ก้าวต่อไปของนายกฯลุงตู่ ท่ามกลางวิกฤติโควิด จะอยู่หรือไป สะท้อนได้จากตัวเลขผลการสำรวจของนิด้าโพล ที่พบว่าความนิยมของนายกฯลดลงเรื่อยๆ  ล่าสุดลดเหลือเพียง 19 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยเชื่อได้ว่าคนที่ยังนิยมในตัวพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ล่วนเป็นคนกันเองที่ชอบในความจริงจัง และความซื่อสัตย์ แต่คนที่เป็นกลางกำลังลังเลที่จะสนับสนุนให้นายกฯ อยู่เป็นนายกฯต่อหรือไม่ ตนสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯรอบที่สอง แต่เมื่อเกิดปัญหาในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ถูกลดความเชื่อถือ จากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 3 ครั้ง โดยสาเหตุมาจาก สนามมวย บ่อนการพนัน การนำเข้าแรงงานเถื่อน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบของนายกฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และสาเหตุการแพร่ระบาดครั้งที่ 3 คือทองหล่อ ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ และจนถึงวันนี้มีคนติดเชื้อทะลุ 6 พันกว่ารายไปแล้ว

“นายกฯตั้งศบค. มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน แม้จะมีบุคคลากรทางการแพทย์ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย แต่ฝ่ายความมั่นคงก็อยู่เหนือฝ่ายสาธารณสุข มีคนถามว่าผิดฝาผิดตัวหรือไม่ และที่ผ่านมายังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดที่เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เลย ซึ่งยังติดในใจของประชาชนที่อยากเห็นคนทำผิดถูกลงโทษ แต่ทั้งหมดยังไม่เท่ากับข้อสงสัยเรื่องการจัดหาวัคซีน มีประชานฝากมาถามว่า การจัดหาวัคซีนที่ยากเย็น มีการเรียกหัวคิวหรือไม่ การเปิดให้เอกชนนำเข้าวัคซีน ทำไมมันยากเย็นนัก ในฐานะที่เป็นคนกันเองกับท่านนายกฯ อยากเสนอว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 1. กระจายจัดซื้อจัดหาวัคซีนไปยังท้องถิ่น ให้รพ.สต. มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2. รีบจับหาวัคซีนให้เพียงพอ ประกาศแผนการกระจายให้ชัดเจนตรงไปตรงมา  เพื่อให้เห็นถึงความเป็นธรรม และประชาชนจะได้รับทราบว่าจะได้รับวัคซีนเมื่อไหร่ 3. ด่านชายแดน ที่มีการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อน ที่มีค่าใช้จ่ายหัวละ 5 พันถึง 1หมื่นบาท ต้องจับพวกนี้มาดำเนินคดีโดยเร็ว”นายถาวร กล่าว