สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของศรีลังกามีมติเมื่อวันอังคาร ลดอันดับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศลงมาอยู่ที่ “ประเทศรายได้ต่ำ” เพื่อขยายโอกาสในการเข้าเกณฑ์พิจารณาแบบผ่อนปรน ในการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินภายใต้เงื่อนไข จากบรรดาองค์กรระหว่างประเทศ และรัฐบาลของนานาประเทศ


ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าวของศรีลังกา ประเทศซึ่งมีประชากรประมาณ 22 ล้านคน และกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ครั้งร้ายแรงที่สุด นับตั้งแต่ปี 2491 จากหลายปัจจัยทั้งวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการบริหารของรัฐบาล ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เมื่อไตรมาสที่สอง เติบโตเพียง 8.4% เมื่อเทียบแบบรายปี


ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว หรือจีดีพีต่อหัว อยู่ที่เพียง 3,815 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 145,471.67 บาท) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางในระดับต่ำ” ตามการประเมินของเวิลด์แบงก์

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดีศรีลังกาเผยแพร่แถลงการณ์หลังจากนั้นไม่นาน ว่าประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิงเห ยืนกรานว่า ศรีลังกายังคงมีสถานะของการเป็น “ประเทศรายได้ปานกลาง” เพียงแต่กำลังยื่นเรื่องขอให้เวิลด์แบงก์เห็นชอบความช่วยเหลือทางการเงิน โดยใช้การพิจารณาสำหรับ “ประกาศรายได้ต่ำ”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES