เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทระหว่างวัดนาป่าพงกับมูลนิธิทนายกองทัพธรรม โดยภายหลังทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง เดินทางมายังอาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว (รอง ผบช.ก.) หรือ “บิ๊กเต่า” กรณีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนที่มีลักษณะพาดพิงจนก่อให้เกิดความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อสังคม

เนื้อความในหนังสือชี้แจงระบุว่า ตามที่ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนหลายครั้งเกี่ยวกับกรณีมูลนิธิทนายกองทัพธรรมร้องทุกข์กล่าวหาพระอธิการคึกฤทธิ์ ว่ามีการนำเงินบริจาคของวัดนาป่าพงในช่วงปี 2556–2559 ไปจ่ายเป็นเงินโบนัสให้แก่พนักงานวัด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ทางพระอธิการคึกฤทธิ์ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น และพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้มาชี้แจงเพิ่มเติมพร้อมเอกสารหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ตามกระบวนการของกฎหมายปกติ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังพระอธิการคึกฤทธิ์เข้าพบพนักงานสอบสวน กลับปรากฏกระแสข่าวผ่านสื่อมวลชนว่า พล.ต.ต. จรูญเกียรติ แสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดดังกล่าว โดยมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงอ้างว่ามี “หนอนบ่อนไส้” ภายในคอยส่งข่าวให้พระอธิการคึกฤทธิ์ชิงเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนเพื่อหลบเลี่ยงการถูกออกหมายจับ พร้อมให้สัมภาษณ์เชิงกดดันว่าต้องมาพบภายใน 7 วัน นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการแอบถ่ายภาพขณะเจ้าอาวาสเข้ารับทราบข้อเท็จจริงภายในพื้นที่กองบังคับการฯ แล้วนำไปเผยแพร่ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวและกังวลใจให้กับทางวัด เนื่องจากการเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นสิทธิพื้นฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องอาศัยเส้นสายหรือความสัมพันธ์พิเศษ

หนังสือร้องขอความเป็นธรรมยังระบุว่า การที่ศาลจะออกหมายจับได้นั้นต้องมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่พระอธิการคึกฤทธิ์ยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์ดังกล่าว และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้เข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมก่อนกำหนดนัดหมายเดิม จึงส่งมอบสำเนาหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารประกอบฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 รวมถึงคำให้การของบุคลากรวัดทั้ง 4 คน ให้รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพิจารณาประกอบการสอบสวนด้วยความเที่ยงธรรม พร้อมย้ำว่าทางวัดยินดีร่วมมือกับราชการและจะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป