สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า สำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ (เอสอาร์บีเอ็ม) ลูกหนึ่ง ออกจากฐานยิงในเขตซูนันของกรุงเปียงยาง เมื่อเวลา 01.49 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ (23.49 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาในประเทศไทย) ขีปนาวุธลูกดังกล่าวลอยอยู่ในอากาศเป็นระยะทางไกลประมาณ 700 กิโลเมตร และมีความเร็วสูงสุดระดับมัค 6 ก่อนตกลงในทะเลตะวันออก


ขณะเดียวกัน กองทัพเกาหลีใต้ตรวจพบการยิงปืนใหญ่ประมาณ 130 นัดโดยกองทัพเกาหลีเหนือ จากเขตมาจังดง ในจังหวัดฮวังแฮที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ และกระสุนทั้งหมดตกลงในทะเลเหลือง และการยิงปืนใหญ่อีกประมาณ 40 นัด จากฐานยิงในจังหวัดคังวอนที่อยู่ทางใต้ ซึ่งกระสุนทั้งหมดตกลงในทะเลตะวันออก


นอกจากนั้น กองทัพอากาศเกาหลีใต้ส่งเครื่องบิน ขึ้นสกัดเครื่องบินรบประมาณ 10 ลำของเกาหลีเหนือ ซึ่งบินเฉียดเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองประเทศ


ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ ประณามความเคลื่อนไหวทางทหารดังกล่าวของเกาหลีเหนือ เป็นการละเมิดหนึ่งในข้อตกลงระดับทวิภาคี เมื่อปี 2561 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ทั้งสองประเทศเคลื่อนไหวทางทหาร “ที่คุกคามและยั่วยุ”

นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี เป็นการขึ้นบัญชีดำพลเมืองเกาหลีเหนือ 15 คน และหน่วยงานในสังกัดรัฐบาลเปียงยางอีก 16 แห่ง ฐานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาขีปนาวุธ


ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเพิ่งฝึกซ้อมยิง “ขีปนาวุธร่อนระยะไกลทางยุทธศาสตร์” ซึ่งสามารถติดตั้ง “หัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี” เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการทดสอบขีปนาวุธลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564.

เครดิตภาพ : REUTERS