สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า จากกรณีเหตุชุลมุนวุ่นวาย บริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่จีน ประจำเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งมีผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งรวมตัวแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลปักกิ่ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
Police in the British city of Manchester are investigating the apparent assault of a Hong Kong pro-democracy protester demonstrating against President Xi Jinping, who can be seen on video footage being pulled into Chinese consulate grounds and beaten up https://t.co/4g7jjgfbdx pic.twitter.com/N5Ra8LSe8y
— Reuters (@Reuters) October 17, 2022
หลังจากนั้น เกิดเหตุชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากสถานกงสุล แล้วลากผู้ประท้วงคนหนึ่งเข้าไปภายในนานหลายนาที ก่อนที่ผู้ประท้วงคนดังกล่าวซึ่งเป็นชาย สามารถหลบหนีออกมาจากพื้นที่ได้ ด้วยความช่วยเหลือของตำรวจและผู้ประท้วงอีกหลายคนในบริเวณนั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงชายคนนี้ ซึ่งสื่อท้องถิ่นเผยว่าชื่อ “บ็อบ” อายุอยู่ในช่วงประมาณ 30 ปี เป็นชาวฮ่องกง และมีจุดยืนทางการเมืองตรงข้ามกับจีน อยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บหลายแห่งตามร่างกาย
นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ในช่วงหนึ่งของการแถลงประจำวันอังคารว่า “องค์กรประกอบที่ก่อกวน” พยายามบุกรุกเข้าไปภายในสถานกงสุล “โดยไม่ได้รับอนุญาต” อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนปฏิเสธกล่าวว่า เหตุการณ์ในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
ขณะที่ นายจอห์น ลี หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง ให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงว่า “ให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น” และแสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร รวมถึงสำนักงานตำรวจเมืองแมนเชสเตอร์ จะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามกรอบของอนุสัญญาเวียนนา และกฎหมายของสหราชอาณาจักรเอง
อนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล ถือเป็นพื้นที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาเวียนนา และถือเป็น “ดินแดนภายใต้อธิปไตยของรัฐผู้ส่ง” อีกทั้งบุคลากรที่ปฏิบัติงาน “มีสิทธิคุ้มกันทางการทูต”.
เครดิตภาพ : REUTERS



