สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า สภาผู้แทนราษฎรของอิตาลีมีมติในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมาก 235 ต่อ 154 เสียง ให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี แม้ผู้นำหญิงของอิตาลีและคณะรัฐมนตรี ต้องผ่านการลงมติแบบเดียวกันจากวุฒิสภาอีกครั้ง แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่า ไม่น่ามีอุปสรรค


ขณะที่เมโลนี วัย 45 ปี ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังสร้างประวัติศาสตร์นำพรรคขวาจัดและพันธมิตรชนะการเลือกตั้ง เมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ปฏิเสธการกล่าวหาของฝ่ายค้าน ว่า รัฐบาลของเธอมีนโยบายเตรียมจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง และยืนยันว่า เธอไม่เคยมีความเห็นอกเห็นใจและความชื่นชมต่อ “ระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย” ที่รวมถึง “ฟาสซิสต์”

นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี แถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรของอิตาลี ในกรุงโรม


นอกจากนี้ ผู้นำอิตาลียืนยันว่า เธอสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีต่อรัสเซีย และให้คำมั่นให้ความสำคัญลำดับแรก กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มยูโรโซน และ “กำลังอยู่ท่ามกลางพายุ” ของวิกฤติหนี้สาธารณะ พร้อมทั้งเน้นย้ำการยังคงปฏิบัติตามกฎหมายงบประมาณของอียู แม้ยังไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ประสิทธิภาพของรัฐบาลเมโลนียังคงต้องรอเวลาอีกระยะ เพื่อการประเมินผล โดยหนึ่งในนั้นคือท่าทีของอิตาลีเกี่ยวกับยูเครน เนื่องจากแม้เธอยืนยันสนับสนุนแนวทางของอียู แต่นายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนว่า “มีบทบาทเบื้องหลัง” ในรัฐบาลชุดนี้ กล่าวว่า รัฐบาลเคียฟเป็นต้นเหตุของสงคราม และเขาสนับสนุน “เพื่อนสนิท” คือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน.

เครดิตภาพ : REUTERS