สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เผยแพร่การประทานสัมภาษณ์พิเศษ ของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รมว.การต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า เสียงวิจารณ์และการวิเคราะห์ของหลายฝ่าย ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย “ทรงไม่พอพระทัย” ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และพระองค์ทรงชื่นชอบอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มากกว่านั้น “ไม่เป็นความจริง”


ทั้งนี้ เจ้าชายไฟซาลทรงยืนยัน ว่า รัฐบาลริยาดมีความนับถือต่อผู้นำสหรัฐทุกคน อย่างไรก็ดี ในส่วนความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน


การประทานบทสัมภาษณ์ดังกล่าวของเจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งแห่งซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นหลังไบเดนกล่าวเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ทบทวนความร่วมมือทั้งหมด” กับรัฐบาลริยาด กรณีองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ซึ่งมีซาอุดีอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นหัวเรือใหญ่ เตรียมลดเพดานการผลิตลงวันละ 2 ล้านบาร์เรล เริ่มเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งเป็นการลดอุปทานต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และเป็นการปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2563


แม้โอเปกให้เหตุผลว่า เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึง “เหตุผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก” เพื่อรักษาสมดุลของอุปทานและควบคุมความผันผวนของตลาด อันจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันมองว่า โอเปก “เข้าข้าง” รัสเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโอเปก ในนามโอเปกพลัส


ขณะที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า ผู้นำสหรัฐ “ไม่มีแผน” พบหารือแบบตัวต่อตัว กับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย. นี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES