สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่า พล.ต.ฮอสเซ็น ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์ประท้วงทั่วประเทศ ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยมีชนวนเหตุจากการเสียชีวิตของ น.ส.มาห์ซา อมินี ว่า “การจลาจลบนท้องถนน” ที่ปลุกระดมโดย “สหรัฐและไซออนิสต์” เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป
Thousands in Iran are continuing to protest against the gov't six weeks after Mahsa Amini died in police custody.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) October 29, 2022
Al Jazeera's @DorsaJabbari explains what's happening ⤵️ pic.twitter.com/6xgkDGf5Z8
แม้ผู้บัญชาการของไออาร์จีซีไม่ได้ขยายความอย่างชัดเจน แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นการเตือนอย่างตรงไปตรงมากที่สุดของไออาร์จีซี นับตั้งแต่เกิดการลุกฮือของประชาชน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หลังอมินี วัย 22 ปี ซึ่งมีเชื้อสายเคิร์ด เสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจศีลธรรม จากการที่เธอ “แต่งกายไม่เรียบร้อย”
ขณะที่ การควบคุมสถานการณ์ของหน่วยงานอิหร่านตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นการบังคับใช้มาตรการ “ขั้นเด็ดขาด” และแทบทุกฝ่ายเชื่อว่า ไออาร์จีซี ซึ่งขึ้นตรงกับ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบปรามผู้ประท้วง ต่อให้ไม่เคยมีการประกาศอย่างเป็นทางการก็ตาม
ทั้งนี้ สื่อของรัฐบาลเตหะรานรายงานสถิติผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามการประท้วงครั้งนี้ ไว้ที่อย่างน้อย 41 ราย ณ วันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา และยังไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสิทธิมนุษยชนหลายแห่งทั้งในและนอกอิหร่าน รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่อย่างน้อย 272 ราย เจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 34 นาย และมีผู้ถูกจับกุมสะสมมากกว่า 14,000 คน.
เครดิตภาพ : REUTERS






