“เจ้าเท่ห์” เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ เล่นได้โดดเด่นมาตั้งแต่ฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อต้นปีที่แล้ว จนได้เข้าชิงดาวรุ่งแห่งปีเอเชีย จากการจัดของ เอเอฟซี รวมทั้งมีข่าวว่า จะได้ไปเจลีก

จากนั้นในไทยลีก 2020-21 เขาก็ไต่ระดับ เป็นกำลังหลักของสโมสร ลงสนาม 29 นัด ยิงไป 3 ประตู และ 14 แอสซิสต์ มากสุดในลีก
ติดทีมชาติชุดใหญ่ ไปแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 3 นัดสุดท้าย แต่ได้โอกาสลงเล่นเกมท้ายสุด ที่พบ มาเลเซีย ในตำแหน่งปีกขวา แม้ทีมจะแพ้ แต่ส่วนตัวได้รับคำชื่นชม

ฟอร์มคงเส้นคงวา ในกราฟเหินขึ้นแบบนี้ ส่งให้ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ผงาดคว้ารางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี “เอฟเอ ไทยแลนด์ อวอร์ดส์ 2020” จากการประกาศของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“เป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้รางวัลนี้ มันหายเหนื่อยไปเลย เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาผมพยายามทำงานหนักกับทีมชาติและสโมสรมาตลอด” เจริญศักดิ์ กล่าว

“รางวัลนี้จะทำให้ผมพัฒนาต่อไป มันคือใบเบิกทางที่จะก้าวข้ามจากนักเตะดาวรุ่งไปสู่นักเตะที่สมบูรณ์กว่านี้ในอนาคต”

สำหรับการร่วมทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งรวมระยะเวลาเตรียมตัว และกักตัวหลังกลับมานั้น เจ้าเท่ห์ กล่าวว่า เป็น 2 เดือนที่นานมากๆ ทำให้ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ส่วนการติดทีมชาติจากทีม 23 ปี มาชุดใหญ่ ไม่ถือว่าแตกต่างมากนัก เพราะคุ้นเคยอยู่แล้ว ปรับตัวไม่ยาก

“2 นัดแรก ที่ยังไม่ได้เล่น ก็ไม่ได้กดดันอะไร เข้าใจโค้ชว่าคงเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดลงก่อน ส่วนผมเองมีหน้าที่ซ้อม แล้วก็ซ้อมเพื่อโอกาส เมื่อมันมาถึงจะได้ไม่เสียโอกาสตรงนั้นไป”เกมกับมาเลเซีย ก็พอใจในระดับนึงครับ แต่ต้องพัฒนาต่อไปเพราะในทีมชาติยากทุกเกม จะพยายามเล่นเพื่อทีมเป็นหลัก และ ก็เล่นในแทคติกโค้ช”

กับกระแสดราม่าจากหลังจบภารกิจคัดบอลโลกนั้น เจริญศักดิ์ เผยเบื้องหลังว่า “หลังเกม นิชิโนะ ไม่ได้พูดอะไรมาก ก็ชมผู้เล่นว่าเต็มที่แล้ว แต่สิ่งที่พวกผมรู้สึกได้ โค้ชพร้อมปกป้องลูกทีม และ ขอรับผิดชอบผลงานด้วยตนเองคนเดียว แต่ส่วนนึงพวกผมก็ขอรับผิดชอบผลงานพร้อมกับโค้ชด้วย”

อีกประเด็นที่น่าสนใจในทีมชาติชุดนี้คือ การร่วมทีมของ “กัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร จากเลสเตอร์ ซิตี ในพรีเมียร์ลีก เจ้าเท่ห์ กล่าวถึง แข้งสุนัขจิ้งจอกรายนี้ว่า “กัน เป็นคนที่ทักษะพื้นฐานดีอยู่แล้ว แต่เขาเพิ่งมาทีมชาติครั้งแรก ทำให้มีเวลาซ้อมร่วมกันน้อย แต่เขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทีมชาติไทย””ถามว่าต่างจากนักเตะไทยไหม คิดว่าไม่ต่างกันมาก ต่างคนต่างก็มีสไตล์และความละเอียดไม่เท่ากันอยู่แล้ว”

กลับมาที่ระดับสโมสร ผลงาน 29 นัด ยิงไป 3 ประตู และ 14 แอสซิสต์ กับ เขี้ยวสมุทร ยอดนักเตะแนวรุกบอกว่า พอใจตัวเองมากๆ ต้องขอบคุณ ผู้บริหาร โค้ชมาซาทาดะ อิชิอิ,  เพื่อนร่วมทีม และครอบครัว รวมถึงแฟนบอลสมุทรปราการ ที่เป็นส่วนสำคัญทั้งหมด ที่ทำให้ตนเองผลงานดีแบบนี้

ช่วงเวลาที่ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ พุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เขายอมรับว่า กุนซือซามูไร อย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ เป็นกุญแจสำคัญ ที่ดึงศักยภาพของเขาออกมา

“อิชิอิ คือคนที่ดึงจิตวิญญาณของผมได้ออกมาแบบเต็มที่ เขาพยายามบอก พยายามสอนผม ในทางที่ดีมาตลอด”
เจ้าเท่ห์ ให้เครดิตกับฝีมือของ อิชิอิ อย่างมาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ ถ้ามีอาจารย์ที่ดี พร้อมถ่ายทอดวิชา ลูกศิษย์ก็ต้องตักตวงรับให้เต็มที่

“เชื่อเถอะว่าโค้ชเก่งๆ แบบนี้ได้ให้อะไรกับคุณ คุณควรจะรับฟังและใส่ใจให้มากๆ เพราะมันคือผลกำไรในการพัฒนาคุณแบบก้าวกระโดดแน่นอน”

จากผลงานส่วนตัวที่ทำได้ดีต่อเนื่อง มาถึงระดับทีมเขี้ยวสมุทร ซึ่ง เจริญศักดิ์ ก็ตั้งเป้าไว้อย่างมุ่งมั่น

ผมว่าปีนี้การเสริมตัวค่อนข้างจะถูกจุด แต่ต้องมารอดูว่าผลงานของเราจะออกมาดีแค่ไหน”

“เชื่อว่าทุกคนจะทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว เป้าหมายพวกเรายังเหมือนเดิมครับ คือไปเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้” เจริญศักดิ์ ทิ้งท้าย

นับเป็นนักเตะที่มีพัฒนาการที่ดี เหมาะสมแล้วกับตำแหน่งดาวรุ่งแห่งปีบอลไทย

ย่างก้าวต่อไปของเขา จึงนับว่าน่าจับตาอย่างยิ่ง กับการเดินหน้าจากดาวรุ่ง ข้ามไปสู่ถนนยอดนักเตะไทย

รอดูกันต่อไปว่า เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ จะไปได้ไกลแค่ไหน บนถนนลูกหนังที่ยังทอดยาว.