เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 69 พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองหลวงอย่างเต็มรูปแบบ โดยเมื่อเวลา 06.39 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ได้นำทีม นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภา กทม. (สก.) ครบทั้ง 50 เขต ร่วมพิธีสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางไปยังอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสมัครและจับสลากหมายเลขเลือกตั้ง ซึ่งนายอนุชา จับได้เบอร์ที่ 5

นายอนุชา บูรพชัยศรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง พรรคได้ตกผลึกเป็นนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ประกอบด้วย
- เดินทางสะดวก ทบทวนและยกเครื่องระบบขนส่งมวลชนเพื่อการเชื่อมต่อไร้รอยต่อ
- เมืองสะอาด จัดการมลพิษและขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
- ใช้ชีวิตสบาย พัฒนาระบบรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society)
- มีรายได้มากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มโอกาสทำกิน
- ตรวจสอบได้หมด บริหารงานด้วยความโปร่งใส
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน นายอนุชา ย้ำว่าจะเน้น “การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างโปร่งใส” โดยจะเปิดฐานข้อมูล (Database) การจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาสัมปทานของ กทม. ให้เป็นข้อมูลสาธารณะ พร้อมนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน “ส่องรัฐ” มาใช้ตรวจจับความผิดปกติและความไม่โปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินภาษีทุกบาทของประชาชนจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความมั่นใจในความพร้อมของพรรค ทั้งด้านบุคลากรและนโยบาย เนื่องจากปัญหาของกรุงเทพฯ มีความเชื่อมโยงกับปัญหาระดับชาติในทุกมิติ
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงตัวเลขคะแนนและความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบด้วยท่าทีอารมณ์ดีว่า “ได้มากกว่าคนอื่นครับ ได้มากกว่าคนอื่นสักหนึ่งคะแนนก็พอครับ ไม่ต้องเยอะนะ”
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสมัครรับเลือกตั้งและจับสลากหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดฉากหาเสียงอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเผยถึงแผนการลงพื้นที่ปูพรมทั่วกรุงเทพฯ

นายอนุชา เปิดเผยว่า หมายเลข 5 ที่จับสลากได้มานั้น ถือเป็นเรื่องประจวบเหมาะที่สอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักของพรรคในการเปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ พอดี ประกอบด้วย การเดินทางสะดวก, เมืองสะอาด, ใช้ชีวิตสบาย, มีรายได้มากขึ้น และการบริหารงานที่ตรวจสอบได้หมด โดยหลังจากนี้ทีมงานทั้งหมดจะลงพื้นที่อย่างเข้มข้นตั้งแต่เช้าจดมืด ทั้งพื้นที่เขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอทางเลือกที่เป็นความหวังให้แก่คนเมืองหลวง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความหนักใจในการแข่งขันกับอดีตผู้ว่าฯ กทม. นายอนุชา ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด และการลงเลือกตั้งครั้งนี้ มุ่งเน้นการทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยจะไม่เน้นการตำหนิหรือโจมตีผู้ใด แต่ต้องการเสนอแนวทางพัฒนาเมืองในรูปแบบใหม่ พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทิ้งคนกรุงเทพฯ และยังคงมุ่งมั่นทำงานรับใช้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ นายอนุชา ยังได้แสดงความห่วงใยถึงแนวทางการสื่อสารในช่วงโค้งสุดท้าย โดยระบุว่า เนื่องจากบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มี 2 ใบ ซึ่งใบสีเขียวสำหรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นหมายเลข 5 ของตน แต่ในส่วนของ สก. แต่ละเขตจะได้หมายเลขที่แตกต่างกันไป ดังนั้น จึงได้กำชับให้ผู้สมัคร สก. และทีมงานเร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความสับสนในการลงคะแนน และขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์กลับเข้ามาบริหารกรุงเทพมหานครอีกครั้ง



