ในบทละครชีวิตไม่เคยมีใครไม่เคยล้ม หรือก้าวพลาดมาก่อน สิ่งสำคัญคือ เราจะลุกแล้วก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงได้อย่างไร ซึ่ง “น.ส.รัชนี ตาซื่อ” หรือ “คุณต้อม” เจ้าของร้าน “บ้านกระเพรา ลับ ลับ” ที่ขายอาหารตามสั่งรสชาติเด็ดสะระตี่ เมนูขึ้นชื่อไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือ “กะเพรา” และ “ยำ” แน่นอน แต่ทีเด็ดไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะงานนี้เอาใจลูกค้าสุดๆ สั่งมาเถอะ ถึงไม่มีอยู่ในรายชื่ออาหาร แต่แม่ค้าคนนี้จัดให้
“คุณต้อม” ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการเปิดร้าน “บ้านกระเพรา ลับ ลับ” ว่า เริ่มแรกก็ทำงานเป็นสาวออฟฟิศ กินเงินเดือนประจำ ส่วนกับสามี ที่เป็นนักดนตรี แม้จะมีรายได้รวมกันพอสมควร แต่เทียบกับภารค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามความรับผิดชอบที่มากขึ้น จึงต้องคิดหาอาชีพ หารายได้เพิ่มเติม ด้วยการเปิดบ้านเป็นร้านอาหารเมื่อปี 2560 ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก รายได้เข้ามามากกว่าเงินประจำที่ทำอยู่ เลยตัดสินใจ “ออกจากงานประจำ” มาเปิดร้านขายยำ ส้มตำเต็มตัว ช่วงแรกถือเป็นความท้าทายมาก เนื่องจากสามีของเธอจะช่วยดูแลร้านได้เฉพาะช่วงกลางวัน จากนั้นก็จะไปเล่นดนตรีช่วงกลางคืน แต่ทั้งคู่ก็ช่วยเหลือกันจนธุรกิจไปได้ดี เปิดมา 1-2 ปี มีรายได้เพิ่มขึ้น ออกรถใหม่ได้ ท่องเที่ยวได้เกือบทุกเดือน จนคิดว่า “สามารถยึดอาชีพนี้เลี้ยงครอบครัวได้แล้ว”

แต่แล้วก็เกิดวิกฤติที่ไม่คาดฝันขึ้น “ช่วงโควิด-19” ทำให้ร้านอาหารของตนค่อยๆ ล้มทีละนิด จากที่ขายในบ้าน ก็ต้องออกไปหาพื้นที่ขายนอกบ้าน ขายตามตลาดนัดวันละหลายๆ แห่ง เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด กระทั่งปลายปี พ.ศ. 2564 ตัวเองป่วยโรคปอดอักเสบ โรคตับ และโรคเบาหวาน ทำให้สุขภาพทรุดลง จึงต้องหยุดขายของและรักษาตัวเองอยู่ 5 เดือน ขณะนั้น รถที่มีอยู่ก็ทยอยโดนยึด ภาระหนี้สินที่เคยจ่ายได้ก็กลับสะดุด

แต่นั่นยังไม่ใช่ที่สุดของความเคราะห์ร้าย ต่อมาช่วงเดือน พ.ค. สามีของตนถูกรถที่ขับโดยคนเมายาบ้าชนเข้าอย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถกลับไปเล่นดนตรีได้ ร่างกายขยับไม่ได้ เสียเงินค่ารักษาสามีกว่า 4 แสนบาท เพราะสามีของตนและคู่กรณีไม่มีประกันใด ๆ หนำซ้ำอีก 4 เดือนต่อมา คู่กรณีได้เสียชีวิตจากโรคประจำตัวไป นั่นหมายความว่า “ไร้ซึ่งการเยียวยา”จากเหตุการณ์นี้
หลังจากชีวิตล้มไม่เป็นท่า “ไม่เหลืออะไรเลย” แต่ สองคนผัวเมียต่างให้กำลังใจกันและลุกขึ้นมาสู้จนเปิดร้านร้านยำในบ้าน” อีกครั้ง ในชื่อว่า “บ้านกระเพราะ ลับ ลับ” แต่กลับมารอบนี้ ต้องใช้เวลา ทุกอย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป อาศัยปากต่อปากบอกต่อว่า ร้านกลับมาเปิดอีกครั้งแล้ว ทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ขณะนี้ กลับมาเปิดร้านได้ 2 เดือนแล้ว ลูกค้าเริ่มทยอยกลับมา แต่ด้วยการเปิดร้านครั้งนี้ เป็นทางสุดท้ายของครอบครัว ตนก็อยากให้ขายดี จึงเริ่มวางแผนการทำตลาดออนไลน์ การใช้สื่อที่มีอยู่ในมืออย่างเช่น โพสต์ Facebook ทุกวัน และยังใช้ TikTok เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่สามีเกิดอุบัติเหตุ เพื่อเป็นอุทาหรณ์กับสังคม จากนั้น ก็มีลูกค้าตามมาอุดหนุนอาหารที่ร้าน ตนรู้สึกขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ตั้งใจเดินทางมากินอาหารที่ร้าน เพราะร้านตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หาค่อนข้างยาก แต่ทุกคนก็ตั้งใจมาอุดหนุน มาให้กำลังใจ แม้รายได้ตอนนี้ยังไม่พอที่จะเคลียร์ปัญหาทุกอย่างได้ แต่ตนก็จะสู้ต่อไป ไม่ท้อ

“แม้ว่าภาระที่มีตอนนี้ยังหนักมาก แต่เราบอกกับตัวเองเสมอว่า เมื่อก่อนเราเริ่มมาจากศูนย์ แล้ววันหนึ่งเราตกมาที่ศูนย์ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เราพยายามพูดกับตัวเองเสมอว่า ไม่เป็นไร วันไหนที่เครียด ท้อ เราก็จะมองแม่ที่บ้าน มองแฟน มองแมวที่เลี้ยง แล้วบอกตัวเองว่า เราต้องแข็งแรง เราต้องผ่านมันไปให้ได้”

ตอนนี้ตนเริ่มทำให้ “บ้านกระเพราะ ลับ ลับ” เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น จะไม่รอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเราเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องเข้าถึงลูกค้าให้ได้ ด้วยการเข้าไปเดินแจกใบปลิวร้านตามหมู่บ้านที่อนุญาต บางหมู่บ้านก็ดึงเราเข้าไลน์กลุ่มขายของ ให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่านไลน์ได้ เราก็จะส่งอาหารตามหมู่บ้าน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ที่มีในมือ นอกจากนั้น ก็รับทำอาหารกล่องตามสั่งที่ลูกค้าต้องการ
“เราอยากฝากกับทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาในชีวิต ว่าไม่ใช่คุณคนเดียวที่แย่ แต่สิ่งเหล่านั้นที่ผ่านมา ก็ขอให้มันผ่านไป เราสามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ เราจะเริ่มใหม่อีกซักครั้ง ก็ไม่เป็นไร ต้องสู้ต่อไป ขอแค่ร่างกาย จิตใจเราไม่แย่ไปกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ แล้วปัญหาทุกอย่างมันจะค่อย ๆ ดีขึ้น ปัญหาแม้จะแก้ได้ทีละนิด แต่แก้ได้จริง เพียงแต่เราต้องให้เวลากับตัวเอง”

สำหรับคนที่ต้องการความแซ่บนัว สามารถเดินทางไปที่ร้าน “บ้านกระเพราลับ ลับ” พิกัด หมู่บ้าน TYME RAMA 5 (ไทมส์ พระราม 5) เลขที่ 199/98 ให้อารมณ์เหมือนกินข้าวบ้านเพื่อน หรือจะโทรฯ สั่งทำข้าวกล่องได้ที่ 09-0986-7902 หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ เพจ “บ้านกระเพรา ลับ ลับ”



