วันนี้ (30 พ.ย.) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า กรณี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งคุ้มครองห้ามผู้ให้บริการกล่องไอพีทีวี หรือ บริการทีวีบนอินเทอร์เน็ต ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบ 2022 ทำให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาล แม้ว่าจะมีกฎ มัสต์แครี่ แต่ตามประกาศเรื่องนี้ของ กสทช. ระบุว่า ให้พิจารณา ก.ม. อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ก.ม.ลิขสิทธิ์ ที่เป็น ก.ม.หลักและใหญ่กว่า เมื่อทางศาลพิจารณามีคำสั่งว่าอย่างไ รก็ต้องปฏิบัติตามนั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับการดูผ่านฟรีทีวี ระบบเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ยังดูได้ปกติ แต่กรณีที่บางบ้านหรือครัวเรือน ไม่สามารถดูได้ อาจจะเป็นปัญหาที่กล่องรับสัญญาณดาวเทียม และหัว LNB ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับแปลงความถี่ ที่ได้รับมาจากดาวเทียมให้ต่ำและมีกำลังมากพอที่จะส่งไปตามสายนำสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การถ่ายทอดบอลโลกครั้งนี้ ทางฟีฟ่าร้องมาว่ามีสัญญาณข้ามไปประเทศเพื่อบ้าน ทั้ง มาเลเซีย อินโดนีเซีย จึงต้องมีการเข้ารหัส สัญญาณใหม่ในทุก 4-5 แมตช์ อาจทำให้กล่องดาวเทียมบางยี่ห้อ อาจดูไม่ได้หากไม่ได้อัพเกรดระบบ ซึ่งแนะนำให้ถอดปลั๊กกล่องออกแล้วเสียบใหม่ให้กล่องรันสัญญาณใหม่ แต่หากยังดูไม่ได้ แนะนำให้ติดต่อสอบถามไปยังศูนย์บริกาของผู้ประกอบการ ซึ่งจะมีช่างเทคนิคแนะนำวิธีให้ดำเนินการเพื่อให้ดูได้”
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาเรื่องการถ่ายทอดสดเกี่ยวกับกฎมัสต์แฮฟ และ มัสต์ แครี่ ที่หลายเห็นว่า เป็นอุปสรรคในซื้อลิขสิทธิ์ และการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆ นั้น ก็จะมีการพิจารณาปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะดำเนินการหลังจากจบฟุตบอลโลกครั้งนี้.



