สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า นายอาหมัด รามาดาน โษษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เผยในระหว่างการแถลงข่าว ในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดี ว่า การจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย มีขึ้นใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ ในระยะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึง 5 คนล่าสุด ที่ถูกจับกุมในวันแถลงข่าว โดยผู้ถูกจับกุมทั้งหมดกว่า 53 คน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) แนวร่วมกลุ่ม อัล-กออิดะห์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีก่อการร้ายครั้งใหญ่หลายครั้ง รวมถึง ระเบิดย่านสถานบันเทิง ในเมืองกูตา บนเกาะบาหลี เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2545 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 202 ราย บาดเจ็บอีก 209 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวออสเตรเลีย

กลุ่มเจไออ่อนกำลังลงมาก หลังจากศาลอินโดนีเซียมีคำสั่งให้เป็นกลุ่มนอกกฎหมายในปี พ.ศ. 2551 และถูกกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จากตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายอินโดนีเซีย “เดนซัส 88” ด้วยการสนับสนุนจากทางการสหรัฐและออสเตรเลีย

ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งล่าสุด เกิดขึ้นหลังจากตำรวจได้รับเบาะแสว่า สมาชิกระดับสูงหลายคนของเจไอ ที่ผ่านการรบในอัฟกานิสถาน ได้กลับมารวมตัวกันใหม่ กำลังระดมสมาชิก และฝึกอบรมสมาชิกใหม่

เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หน่วยเดนซัส 88 จับกุมสมาชิกกลุ่มเจไอ 22 คน ในจังหวัดชวาตะวันตก ผู้ถูกจับรวมถึงนายอุสมาน บิน เซฟ หรือนามฉายาว่า ฟาฮิม หนึ่งในหัวหน้าใหญ่เจไอ ที่เคยผ่านการรับในอัฟกานิสถาน และเคยถูกศาลอินโดนีเซียตัดสินจำคุก 3 ปีครึ่ง เมื่อปี 2548 จากการวางแผนโจมตีสำนักงานตำรวจ ขณะที่ นายสลาเมต ฮาดี รองผู้บังคับการตำรวจจังหวัดชวาตะวันออก เผยว่า เครือข่ายเจไอในจังหวัดชวาตะวันออก มีฟาฮิมเป็นหัวหน้าใหญ่ และสามารถระดมสมาชิกได้อย่างน้อย 50 คน ในระยะ 5 ปีล่าสุด.

เครดิตภาพ – AP
เครดิตคลิป – AP Archive