สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงตูนิส ประเทศตูนิเซีย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่า ตูนิเซียจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 161 ที่นั่ง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการลงคะแนนเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังวันครบรอบ 12 ปี นายโมฮาเหม็ด บูอาซิซี พ่อค้าขายผัด จุดไฟเผาตัวเองเพื่อประท้วงรัฐบาลเวลานั้น และเป็นชนวนให้เกิดปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” ที่เป็นการลุกฮือทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในตูนิเซีย และสร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีคาอิส ไซเอด แถลงหลังใช้สิทธิที่คูหาเลือกตั้งแห่งหนึ่ง ในกรุงตูนิส เมืองหลวงของตูนิเซีย

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ตูนิเซียจัดการลงประชามติ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเปลี่ยนจากระบบกึ่งรัฐสภาสู่ระบบประธานาธิบดี ให้ประมุขแห่งรัฐมีอำนาจสูงสุด ซึ่งคนปัจจุบัน คือ ประธานาธิบดีคาอิส ไซเอด คณะรัฐมนตรีและฝ่ายตุลาการอยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี แม้ 92% ของผู้ออกมาลงคะแนนให้ความสนับสนุน แต่จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิอยู่ที่ประมาณ 25%


ในส่วนของการเลือกตั้งครั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติรอบนี้ แม้ยังไม่มีการยืนยันผลอย่างเป็นทางการ แต่มีการเปิดเผยจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเพียง 8.8% เนื่องจากพรรคการเมืองส่วนใหญ่ นำโดยพรรคเอ็นนาห์ดา ซึ่งเป็นพรรคมุสลิมสายกลางขนาดใหญ่ที่สุดของตูนิเซีย พร้อมใจกันบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่า เป็นความพยายามของประธานาธิบดีคาอิส ไซเอด ในการกระชับอำนาจ


ทั้งนี้ ตูนิเซียกำลังเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ยุคอาหรับสปริง เมื่อปี 2554 โดยไซเอดประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว อ้างการใช้อำนาจพิเศษ ตามที่ระบุอยู่ในมาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญตูนิเซีย ว่า “ในภาวะฉุกเฉินหรือเร่งด่วน” ประธานาธิบดีสามารถเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารร่วมกัน หรือแทนนายกรัฐมนตรีได้ “จนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ” โดยมีการเพิกถอนสิทธิคุ้มกันของนักการเมืองทุกคน และแต่งตั้งรัฐบาลเทคโนแครตให้บริหารประเทศ.

เครดิตภาพ : REUTERS