เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่ อัมมาร์ เรชิ หนุ่มนักออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัทเทคโนโลยีการเงินแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก อ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกสาวของเพื่อนฟัง เขาก็นึกอยากแต่งนิทานเองบ้าง จึงตัดสินใจใช้โปรแกรม AI ที่กำลังอยู่ในกระแสอย่าง ChatGPT และ Midjourney สร้างผลงานหนังสือเล่มแรกของเขาออกมา เป็นนิทานสำหรับเด็กซึ่งใช้ชื่อว่า ‘Alice amd Saprkle’ ภายในเวลาเพียง 3 วัน
นิทานเรื่องที่เขาใช้ ChatGPT ช่วยเขียนเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงที่ ‘อลิซ’ และเพื่อนหุ่นยนต์ของเธอที่ชื่อว่า ‘สปาร์เคิล’ ขณะที่ภาพประกอบก็เป็นผลงานของโปรแกรม Midjourney จากการป้อนข้อมูลของเขา
จากนั้น เรชิ ก็นำผลงานของเขาไปขายบนเว็บไซต์ KDP ซึ่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลในเครือแอมะซอน
เรชิ เล่าว่า เขาไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่น้อยในการสร้างผลงานเล่มนี้ มีเพียงค่าสมัครสมาชิกการใช้โปรแกรม Midjourney เดือนละ 30 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 992 บาท) ซึ่งเขาสมัครไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
เรชิ นำประสบการณ์ของเขาไปโพสต์เล่าบนทวิตเตอร์ เพราะรู้สึกประทับใจในความรวดเร็วของการสร้างผลงาน ซึ่งมีชาวทวิตเตอร์ให้ความสนใจอย่างมาก มีคนเข้ามาแสดงความเห็นมากกว่า 2,000 ข้อความ และมีผู้รีทวีตเรื่องราวของเขาออกไปมากกว่า 5,800 ครั้ง
I spent the weekend playing with ChatGPT, MidJourney, and other AI tools… and by combining all of them, published a children’s book co-written and illustrated by AI!
— Ammaar Reshi (@ammaar) December 9, 2022
Here’s how! ???? pic.twitter.com/0UjG2dxH7Q
ในตอนแรก เรชิ ได้รับการตอบรับในแง่บวก แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ความเห็นก็เปลี่ยนไปในทางตรงข้าม มีผู้คนเข้ามาต่อว่าและแสดงความเกลียดชังต่อเขาเป็นจำนวนมาก
เรชิ เล่าว่า เขาตกใจมากที่เจอการโต้ตอบอย่างดุเดือดต่อนิทานเด็กเพียงแค่เล่มเดียว แต่เมื่อเขาเริ่มอ่านความเห็นเหล่านั้น ถึงได้เข้าใจว่า เขาและหนังสือของเขาได้กลายเป็นหัวข้อในการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกี่ยวพันกับประเด็นที่กว้างกว่าการแต่งนิทาน
หนังสือของ เรชิ ทำให้นักวาดและศิลปินจำนวนมากไม่พอใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ก็มีความขัดแย้งเรื่องการใช้ผลงานของศิลปินมากมายเพื่อ “เทรน” หรือป้อนข้อมูลให้โปรแกรม AI อย่าง Midjourney ซึ่งหลายรายอ้างว่า ไม่เคยมีการขออนุญาตจากผู้พัฒนาโปรแกรม ดังนั้น การใช้โปรแกรม AI ประเภทนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการขโมยผลงานของศิลปินจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการนำสไตล์การวาดของพวกเขาไปใช้หรือลอกเลียนโดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน ขณะที่การใช้โปรแกรมต้องมีการเสียค่าสมาชิก
And BOOM. In a weekend, from idea, to illustrations, to becoming a publisher author! You can check out the book on Amazon here 🙂
— Ammaar Reshi (@ammaar) December 9, 2022
US: https://t.co/fbaSVhxMTO
UK: https://t.co/GUPPsl8uGl
And if you have any kids you want to gift this to, let me know! I’d love to send you a copy! pic.twitter.com/diadOiIEXk
เรชิ กล่าวว่า เขาช็อกมากและไม่รู้ว่าจะต้องรับมือสถานการณ์แบบนี้อย่างไรดี แต่เขาก็ยินดีรับฟังความเห็นที่วิจารณ์อย่างมีเหตุผล และในระหว่างที่ทำความเข้าใจประเด็นปัญหา เขาก็เห็นด้วยว่า ควรมีการให้เกียรติศิลปินที่โดนนำผลงานไปใช้ในลักษณะข้อมูลที่ป้อนให้โปรแกรม AI เหล่านี้
หนังสือของ เรชิ โดนระงับจำหน่ายชั่วคราวในระหว่างวันที่ 6-14 ม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจาก “ตรวจพบการรีวิวหนังสือที่ผิดปกติ” โดยมีการให้ดาวหนังสือที่ปะปนกันทั้ง 1 ดาวและ 5 ดาว เรชิ ขายหนังสือนิทานของเขาได้ 841 เล่ม ก่อนที่จะโดนระงับการขาย
ทางด้าน เดวิด โฮลซ์ ผู้ก่อตั้งโครงการ MidJourney กล่าวว่า มีภาพวาดเพียงไม่กี่ภาพที่ใช้ Midjourney สร้างขึ้นมา แล้วนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นการส่วนตัว
เขายังอ้างว่า ข้อมูลที่ป้อนให้ระบบ AI ทั้งหมดนั้น มีที่มาจากหลายแหล่งบนอินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลส่วนใหญ่ที่ป้อนให้โปรแกรม Midjourney นั้น เป็นเพียงภาพถ่ายเท่านั้น
แหล่งข่าว : businessinsider.com
เครดิตภาพ : Twitter/ammaar



