เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 19 ม.ค. บริเวณหน้าห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม.1 (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อรับฟังการนำเสนอภารกิจของสำนักการคลัง ในกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจรสำนักการคลัง (สนค.) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับสำนัก ลำดับที่ 8 ของกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจร โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักการคลัง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมว่า สำนักการคลัง เป็นสำนักงานที่สำคัญมาก เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูเรื่องจัดเก็บรายได้ สิ่งที่สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้และหาช่องทางเก็บรายได้มากขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาสำนักการคลังก็ทำงานได้อย่างดีและจัดเก็บภาษีได้ตรงเป้า
ส่วนที่ให้สำคัญอย่างแรกคือ ภาษีจัดเก็บเรื่องที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ ทำฐานข้อมูลให้ครบ ซึ่งเข้าถึงได้ทุกสำนักเขต รวมไปถึงภาษีป้ายด้วย และวางแผนการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ภาษีนักท่องเที่ยว จะจัดเก็บได้ไหม จะจัดเก็บอย่างไร เพื่อให้เมืองมีรายได้เพิ่มขึ้น ได้มอบหมายให้ฝ่ายสำนักการคลังไปหาแนวทางอีกทีโดยไม่เดือดร้อนประชาชน มุ่งเน้นกลุ่มคนที่สามารถจ่ายภาษีได้ หรือกลุ่มที่สร้างมลภาวะให้เมือง อนาคตต้องเก็บเพิ่มไหม ซึ่งต้องดูและแก้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 เพื่อเพิ่มอำนาจให้ กทม. จัดเก็บภาษีต่างๆ ได้มากขึ้น โดยจะมีการยื่นแก้ไขให้กับทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ด้านประชากร ปัจจุบันมีประชากรลงทะเบียนแล้วกว่า 5,000,000 คน และมีประชากรแฝงซึ่งอาจจะมาจากย้ายเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ จึงมีแนวคิดให้ผู้ที่ย้ายมาทำงานกรุงเทพฯ สามารถย้ายทะเบียนบ้านได้ถูกต้อง และสะท้อนตัวเลขประชากรโดยแท้จริง ทำให้งบประมาณเราสอดคล้องมากขึ้น ขณะที่ประสิทธิภาพในการจัดเก็บ มีแผนนำเทคโนโลยีเข้าใช้ อาทิ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบ ERP หรือ Enterprise Resource Planning คือระบบบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร, ระบบ BMA TAX MAP (ระบบสารสนเทศภาษีท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร) และระบบ e-Payments ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้นและต้องทำระยะยาวต่อไป
นายชัชชาติ กล่าวต่ออีกว่า อีกส่วนคือเงินที่ภาครัฐช่วยจัดเก็บให้ เช่น เงินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ลดลง 15% โดยรัฐบาลอาจจะจ่ายคืนให้ภายหลังดังนั้นคงต้องแจ้งไปว่าภาคท้องถิ่นมีความจำเป็นต้องได้เงินส่วนนี้กลับคืนมาด้วย, ภาษีป้ายวงกลมที่กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้จัดเก็บ ซึ่งก็ยังมีผู้ไม่ยอมจ่ายเราคงต้องมีการไปทวงถามเพื่อให้ได้มีรายได้กลับคืนมา ซึ่งจริง ๆ แล้วมี อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) หลายแห่ง ได้เข้าไปทำ MOU กับกรมการขนส่งทางบก แล้วก็ทำให้ได้เงินตรงนี้กลับคืนมา ก็คงต้องพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ และเตรียมรายได้สำหรับรายจ่ายต่าง ๆ ที่ต้องเพิ่มมากขึ้นเพื่อดูแลประชากรให้ทั่วถึงในอนาคต ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักการคลังก็ทำงานได้อย่างดี เก็บภาษีได้ตามเป้า ต่อไปก็จะพยายามขยายฐานและขยายการจัดเก็บให้มากขึ้น
“คงต้องพยายามทุกวิธีทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและเตรียมรายได้ เพราะในอนาคตอาจมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเพื่อดูแลประชากรให้ทั่วถึง” นายชัชชาติ กล่าว

จากนั้นนายชัชชาติ ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้แทนจากสำนักการคลัง จำนวน 5 คน ได้แก่ นายต้อย สวัสดิผล ตำแหน่งช่าง (ช่างเครื่องยนต์) ช 4 ฝ่ายซ่อมบำรุง กองโรงงานช่างกล /นายนที ทางาม ตำแหน่งช่าง (ช่างโลหะ) ประเภทผู้ชำนาญงาน ช 4 ฝ่ายวิศวกรรม กองโรงงานช่างกล /นายทรงพล บุญเพ็ชร์ ตำแหน่งช่าง (ช่างเครื่องยนต์) ช 3 ฝ่ายซ่อมบำรุง กองโรงงานช่างกล /นายทวี แจ้งทำมา ตำแหน่งพนักงานสถานที่ บ 2 ฝ่ายการคลัง สำนักงานเลขานุการ และนายไพโรจน์ โพธิ์กมล ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ งานธุรการ กองบำเหน็จบำนาญ โดยเมนูอาหารกลางวันในวันนี้ ประกอบด้วย ผัดไทยกุ้งสด ทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น และผลไม้.



