ไม่ได้โม้จริงไหมเดี๋ยวรู้กัน สำหรับอดีตแชมป์มวยโลก สมรักษ์ คำสิงห์ ที่ได้ออกมาเปิดใจในรายการคนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 8 หลังเจ้าตัวตัดสินใจลงเล่นการเมือง เลยออกมาเคลียร์ประเด็นที่มาของคำว่าขี้โม้ กับเรื่องราวชีวิตที่หลายคนสงสัยว่าเคยล้มมวยหรือไม่ พร้อมเปิดใจความสัมพันธ์ของลูกสาวสุดหวง เบสท์-รักษ์วนีย์ กับแฟนหนุ่ม ตงตง กฤษกร หากรักไม่จริงจะเตะก้านคอ
สมรักษ์ เผยว่า “เรื่องสมัครการเมืองตอนนี้ครอบครัว ลูกๆก็อยู่เย็นเป็นสุขแล้ว มีความมั่นคง ก็อยากเอาตัวเองไปพัฒนาบ้านเกิดด้วยจิตอาสาที่จะไปพัฒนาบ้านเกิด บ้านผมครับ เราเล่นการเมืองนะครับ คือ ผมจะทำธุรกิจอะไรเจ๊งมา แต่ว่าผมคิดอยากทำ และได้ทำทุกอย่างถูกไหมครับ บางคนคิดอยากทำนู่นอยากทำนี้แต่ไม่มีโอกาสได้ แต่อันหนึ่งที่ผมเจ๊ง คือ หมายถึงโดนพรรคพวกเล่นเหลี่ยม เล่นแง่ก็ว่ากันไป แต่คืออันหนึ่งตั้งแต่ผมชกมวย มีใจซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของผมอันนี้ดี ซึ่งผมก็มั่นใจว่าความซื่อสัตย์ ความซื่อๆ ของผมเนี่ย มันจะมีประโยชน์กับชาวบ้าน ซื่อๆ จริงใจ ไปด้วยความจิตอาสา ไม่มีธุรกิจแอบแฝง เรื่องพูดติดอ่างและไม่ชัดเข้าสภาได้ไหม คือผมพูดแบบนี้ชาวบ้านเขาชอบ เพราะพูดจากความจริงใจ เป็นธรรมชาติครับ ทุกอย่างมันแก้ไขได้ครับ พอสมมุติเข้าสภา ขนาดอาจารย์สัมภาษณ์กับผมยังฟังรู้เรื่องเลย หรืออาจารย์ไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ)”

“ที่ผมได้เหรียญมา 40-50 ล้านบาท ผมได้เหรียญมา ผมบอกทุกคนว่าทุกคนคือฮีโร่ ผมซ้อมคนเดียวผมก็ไม่ได้เหรียญทอง เอาครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งแบ่งทีมครับ แต่ผมมีความสุข ใครว่าอย่างไรไม่รู้ แต่ผมเชื่อ เวลาผมมีขึ้นมีลง ผมก็มั่นใจ เอาน่ะใจเย็นๆ ผมคนดี ทำดี ก็ได้ดี อย่างเรื่องโดนโกงหวย 10 ล้าน อันนั้นมันโดนโกงไปแล้ว ไม่อยากรื้อฟื้น คนเขาก็เสียชีวิตไปแล้วครับ ทุกวันนี้ผมก็ยังรับผิดชอบชาวบ้านอยู่ อ.ยิ่งศักดิ์ ขอให้เล่าเป็นอุทาหรณ์หน่อย? ไม่รู้ วันดีคืนดีชาวบ้านเหมารถตู้มาหาผมเป็นสิบคนเลยครับ ให้ผมเป็นแบ๊กในการซื้อลอตเตอรี่ให้ ผมบอกผมไม่รู้เรื่องเลย เขาบอกว่ารู้อยู่ แต่มันโดนโกงกันเยอะ อาศัยชื่อคุณสมรักษ์ และเมียไปโกงเขา ผมก็ไม่รู้เรื่อง เขาก็โอนเงินมาในบัญชีผม และผมก็เอาโทรศัพท์ให้เขาไปเปิดแอพ แอพอะไรผมยังไม่เป็นเลย ชาวบ้านเขาโอนที 10 ล้าน 20 ล้าน เขาก็เปิดบัญชีผมวงเงินอันละ 5 ล้านเลย แค่นั้นแหละครับอาจารย์ ก็มีว่าศาล คนไหนฟ้องผมก็ให้ทนายไป แล้วเราก็ผ่อนไปเรื่อยไม่เป็นไร ก็ต้องรับผิดชอบ คนไหนเดือดร้อนมาก ลูกต้องมีค่าเทอม ผมก็โอนให้เขา”

สมรักษ์ เล่าต่อว่า “ลูกผมน่ารัก ตอนเด็กๆ ผมมั่นใจว่าผมสอนดี และได้ลูกทั้ง 2 คน แบบเป็นลูกอภิชาตบุตร จริงๆแล้วเขาทำงานทุกอย่างมาตั้งแต่เด็กแล้วอย่าง เบสอยากได้อะไร ตอนเด็กๆนะ อยากได้เนี่ย หนูต้องไปร้องเพลงกับพ่อ ขึ้นเวทีกับพ่อ ถ้าไม่งั้นก็ไม่ได้ตังค์ ต้องกล้า พ่อร้องเพลง ลูกเต้นไป เต้นมา เขาก็ได้ทิปแล้ว สมมุติผมได้ค่าตัว 3 หมื่น เอานี่ค่าตัวหนูนะ แบ่งกัน เขาก็เก็บ เด็กได้ตังค์ เขาก็จะเริ่มเก็บ อยากได้อะไรเขาก็จะเก็บตังค์ซื้อ คือสอนให้กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ ลูกชายก็เหมือนกัน พอยูทูบออกมา ผมก็ไปรู้จัก อ.ประจักษ์ชัย ไหทองคํา โชว์ตัวเจอกันโดยบังเอิญ ยูทูบอะไรผมก็ยังงง เขาบอกเปิดเลยได้รายแบบนั้นแบบนี้ เปิดเลยมันเป็นช่องของตัวเอง ผมก็โทรฯบอกลูก เบสเปิดเป็นไหม เบสบอกเป็น เปิดให้พ่อหน่อย เบสบอกจะทำอะไร ผมก็บอกไปถ่ายน้องก่อนเลย ถ่ายน้องเตะฟุตบอล เพราะว่าซูเปอร์สตาร์เด็กๆ ตอนนี้ไม่มี มีแต่ซูเปอร์สตาร์ใหญ่ ปั้นน้องชายให้เป็นซูเปอร์สตาร์ฟุตบอล เรื่องเกาะลูกกินคนก็ว่ากันไป จริงๆแล้วผมบอกเอง เงินเขาได้เท่าไรผมไม่รู้ แต่ถ้าผมไม่มีเนี่ย เบสขอตังค์ค่าน้ำมันรถหน่อยหมื่นหนึ่ง เบสพ่อจะใช้เงินตรงนี้ห้าหมื่นแค่นั้นเอง เบสสองพันอย่างนี้ แค่นั้นเอง แต่ด้วยความเป็นพ่อถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เราก็ไม่เอาครับ”

“เรื่องตงตง ก็ผ่านนะครับ รักกันจริงๆครับ ผมเองก็ส่งเสริมเพราะเขาทั้งคู่ผ่านอะไรด้วยกันมาก็มากมาย ที่สำคัญ ตงตงก็เป็นคนดีครับ เขาไม่ได้มาร้ายหรือรังแกอะไรลูกผม ลูกเรารักใครเราก็รักเหมือนกันครับ แต่การแต่งงานมันเป็นเรื่องของอนาคตครับ ผมก็บอกตงตงเขาก็ทำมาหากิน ทำธุรกิจของเขาขายเสื้อ ผมก็บอกว่า เฮ้ยตงตง ถ้าขายเสื้อได้แสนตัวนะ เตรียมขันหมากมาเลย (ยิ้ม) เขาสองคนก็รักจริงครับ ถ้ารักไม่จริงผมเตะก้านคอ (หัวเราะ) ส่วนผมวงการมวย ก็ยังอยู่นะครับ จริงๆ แล้วถ้าผมมาลงการเมือง สมมุติว่าผมเข้าไปในสภาจริง แน่นอนผมก็ต้องเข้าไปอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่แล้วครับ ก็จะสนับสนุนกีฬา เรื่องมวย เรื่องกีฬาทุกชนิด เราก็อยากผลักดันอยู่แล้วนะครับ เพราะผมสายเลือดนักกีฬา ในโครงการอย่างมวยไทยทุกวันนี้ มันซบเซาเรื่องอะไรบ้าง สวัสดิการเป็นอย่างไร ผมคิดไว้หมดแล้ว และการออกกฎหมายมวยมีแก้ไขตรงไหน ผมก็จะเอานักมวยจริงไปออกกฎหมายมวยในฐานะคนเล่นมวยคำว่าล้มมวยมีจริงครับ คือวงการมวยต้องยอมรับตรงๆ พูดตรงๆว่าผู้บารมีเยอะ (หัวเราะ) แต่เจ้าหน้าที่ก็มีการออกกฎหมายมาแล้ว แต่ทุกวันนี้มันเป็นเสือกระดาษ ถ้ากฎหมายเอาจริงเอาจังนะครับ เช่น มีสำนักงานปราบมวยล้ม ทุกวันนี้ยังไม่มีนะครับ อย่างมวยผมล้มปุ๊บเนี่ย ผมเซ็นมอบอำนาจให้สำนักงานปราบมวยล้มจัดการเลย แต่ผมไม่เคยล้มมวยครับ เพราะว่าตั้งแต่เด็กพ่อสอนผมตลอดว่า อย่าล้มมวยนะ การล้มมวยคือการทรยศต่อวิชาชีพ จะไม่มีวันเจริญครับ”



