สร้างความเซอร์ไพร้ส์ให้กับแฟนคลับไม่น้อย เมื่อทางต้นสังกัดวงไอดอลสาว BNK48 ได้ประกาศแต่งตั้ง เฌอปราง อารีย์กุล หัวหน้าวง ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดการวงคนใหม่ ล่าสุด เฌอปราง ได้มาเปิดใจในรายการโต๊ะหนูแหม่ม พร้อมเผยความรู้สึกถึงการถูกแต่งตั้งได้รับบทบาทหน้าที่ใหม่ครั้งนี้

เฌอปราง เผยว่า “ก่อนหน้านี้เป็นกัปตันมีหน้าที่พาน้องๆ ซ้อมค่ะ เรามีอายุมากสุดในวงในตอนนี้ ซึ่งเราก็จะดูแลภาพรวมความเป็นระเบียบ นำน้องๆ ซ้อม ซึ่งเราดูแลน้องเล็กสุดก็อายุ 10 กว่าถือว่ายากค่ะ เหมือนตั้งแต่ ม.ต้นจนถึงมหาลัย เวลาคุยพร้อมกันทีต้องสื่อสารยังไงนะ เราก็ต้องค่อยๆ คุย คอยเรียบเรียงเรื่องราวให้เขาต้องมีเหตุมีผล เหมือนในโรงเรียนที่มีประธานนักเรียน หัวหน้าห้อง ประมาณนั้น บางคนหมดสัญญาแล้วก็ไปเติบโตทั้งเป็นนักแสดง แล้วก็มีค่ายเป็นของตัวเอง ดูแลตัวเอง บางคนเป็นอินฟลูเอนเซอร์ บางคนตั้งเป้าจะเป็นนักร้อง แต่ถึงยังไงพวกเขาก็ยังเป็น BNK48 เหมือนเดิม เพราะว่าถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีทุกวันนี้เหมือนกัน เรื่องเข้าวงการตอนแรกเราเรียนอยู่ที่มหิดลค่ะ ปี 2 ซึ่งเราจบมาด้วยเกรดนิยมอันดับ 2 แต่ก็แอบเสียดายรออีกนิดนึงจะได้เกียรตินิยมอันดับ 1 แล้ว เราจบคณะนานาชาติ เอกวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนนี้เรียนจบแล้ว สิ่งที่เรียนไม่ได้ใช้เลยค่ะ แต่อนาคตอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ไม่รู้ เราว่าหลักการของการทำงานวิจัยวิทยาศาสตร์มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ทดลองและตั้งสมมุติฐาน เพราะการที่ได้เข้ามาอยู่ใน BNK48 เป็นการอยากรู้ว่าไอดอลเขาทำงานยังไงและเขาเจออะไรบ้าง”

“เรื่องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเรียกว่าอาจจะเป็นคนที่รับผิดชอบค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ก็บอกไปว่าเดี๋ยวจะเรียนจบให้ตามเวลา และจะไม่ดร็อปแน่นอน และก็จะทำทั้งสองอย่างให้ดีเหมือนเดิม ซึ่งตอนแรกครอบครัวก็ไม่เข้าใจ เราก็ดื้อตาใส แต่สุดท้ายแล้วก็ทำให้เห็นว่าเราทำได้ดีทั้งสองอย่าง ซึ่งเราจบช้าไปหนึ่งเทอม คือตอนนั้น คุกกี้เสี่ยงทาย ดังมากเลย หลังจากนั้นก็ยาวมาเยอะมากๆเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าทำงานหนักขนาดนี้ใช้วัยเราไหม เคยคิดที่จะเลี้ยวออกอยู่เหมือนกัน เพราะการร้องการเต้นหนูไม่มีความรู้เลย แต่ก็ต้องลองและปรับเปลี่ยนตัวเองทำมันให้ดีที่สุด หนูเองอยากเรียนต่อค่ะแต่พอหนูเข้ามาทำงานในส่วนนี้จริงๆหนูก็เลยคิดว่า ไม่ได้สายวิทยาศาสตร์จะไม่ได้จะเป็นอาจารย์นักวิจัยขนาดนั้น แต่อาจจะเป็นการบริหารจัดการการดูแลประมาณนั้น กับ BNK ให้ประสบการณ์ชีวิตทุกด้าน อย่างความถนัดธรรมชาติเราอาจจะเป็นการจัดการดูแลประสานงานต่างๆ เลยตั้งแต่จะเรียนต่อในสายงาน Management แต่ก็ต้องรอไปก่อน เพราะตอนนี้ได้มีโอกาสมาทำงานประสบการณ์โดยตรง และเราก็ได้รับหน้าที่เพิ่มเติมได้รับโอกาสด้วย ซึ่งตอนนี้เราก็ได้รับตำแหน่งผู้จัดการวง”

เฌอปราง เล่าต่อว่า “ผู้จัดการวง ก็เป็นผู้สื่อสารให้กับทางวงเหมือนเดิมตั้งแต่ตอนเป็นกัปตัน แต่ตอนนี้ก็ขึ้นมาเพิ่มเติมก็ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเข้ามาดูแลบริหารจัดการพัฒนาศิลปินก็คือ สมาชิกน้องน้องของวง BNK48 จัดตารางสอน ประสานงานกับทางครูเต้นครูร้องกับทีมงานต่างๆ ว่าใครจะไปตรงไหน อีเวนต์อย่างไรบ้าง ทำหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องมาคุยด้วย กดดันไหมพออยู่มาเรื่อยๆ เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีงานเยอะขนาดนี้เลยไม่รู้ว่าชื่อเสียงของเรามันไปถึงไหน ปัจจุบันก็ยังคงทำให้ดีที่สุดเหมือนที่เคยทำมาตลอด ส่วนเรื่องว่าจะดังหรือไม่ดังนั้น อย่างน้อยทุกวันก็จะทำให้ดีที่สุด โฟกัสกับผลงานที่ออกมา”.