“มองไกล เห็นใกล้” งานนี้สะเทือนถึง “รั้วปทุมวัน” ภายใต้นำ “พิทักษ์ 1” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเรื่องราวบานปลาย เลยเถิด

กระทบตั้งแต่ “ภาพลบ” ตำรวจ ยัน “ภาพลักษณ์” ประเทศ

เหตุเพราะ “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” ห้วงปลายปี 65 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่คดี “ตู้ห่าว” ทุนจีนสีเทาที่พัวพันตำรวจจนแทบกระอักเลือดยังไม่ทันจบ ก็ฉาวต่อเนื่องกับพฤติกรรมตำรวจนำขบวน ทัวร์จีนวีไอพี (VIP) ลามถึงคดีตบทรัพย์นักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่งามหน้าข้ามประเทศ 

เรื่องนี้อีกนัยก็สะท้อนมาตรฐานการปฏิบัติที่ต้องปรับปรุงเพียบ

เพราะใช่ว่าระเบียบ กฎ เกณฑ์จะไม่มี ยกตัวอย่างง่ายๆ กับข้อพิพาทหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามด่านตรวจ ซึ่งมีหนังสือ คำสั่งที่ 0007.22/1572 ลงวันที่ 31 พ.ค. 64 เรื่องแนวทางการปฏิบัติของการตั้งด่านตรวจหรือจุดตรวจจุดสกัด ป้องกันอาชญากรรม ที่ระบุพื้นฐานการปฏิบัติงานชัดเจน เช่น   

ข้อที่ 5 การใช้อุปกรณ์ในการตั้งด่านตรวจ ทางป้ายแจ้งเตือนป้ายไฟต่างๆ โดยเฉพาะ ข้อ 5.1.6 ต้องมีกล้องวงจรปิด ซีซีทีวี (CCTV) อย่างน้อย 4 ตัว ติดตั้งในจุดที่สามารถมองเห็น และสามารถบันทึกแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าและหลังรถได้อย่างชัดเจน ให้ครอบคลุมขณะตรวจดูใบขับขี่หรือตรวจค้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานและความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้

และข้อ 5.1.7. ต้องมีกล้องบอดี้แคม (Body Camera) ติดอยู่ที่หน้าอก หรือหมวกของเจ้าหน้าที่ทุกนายในด่านตรวจ

“ปฏิรูปตำรวจ” ได้แต่พูดกันมานาน และยิ่งนานยิ่งมีหลายเหตุการณ์ท้าทาย ถาโถมเข้ามาหนักหน่วง คล้ายตอกย้ำ ซึ่งส่วนตัว “มหาปราบ” เห็นว่าฟังเสียงประชาชนกันมามากแล้ว อยากเห็นการพัฒนาปรับปรุงจริงๆ สักที เพราะหากปล่อยไว้ไม่เพียงทำลายความเชื่อมั่น แต่อาจบั่นทอนความรู้สึก “ตำรวจน้ำดี” ให้หมดไฟ

อย่าให้ “ตำรวจนอกแถว” เพียงบางรายที่ไม่รักษากฎหมายมา “ด้อยค่า” ทั้งองค์กร.

มหาปราบ