สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า พรรค “ดี ลิงเคอ” ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายปัจจุบันของเยอรมนี ที่สืบทอดอำนาจจากพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมนีตะวันออก เผยแพร่แถลงการณ์ว่า นายฮันส์ โมโดรว์ นายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายแห่งเยอรมนีตะวันออก ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมอายุได้ 95 ปี


ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองในเยอรมนีตะวันออก โมโดรว์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองเดรสเดน ต่อเนื่องยาวนาน 16 ปี นับตั้งแต่ปี 2516 แม้ประกาศจุดยืนทางการเมืองชัดเจนว่า ต่อต้านขั้วอำนาจเก่าและการปฏิรูป

นายเฮลมุต โคห์ล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันตก ( คนซ้าย ) และนายฮันส์ โมโดรว์ นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีตะวันออก ระหว่างการแถลงร่วมกัน ที่เมืองเดรสเดน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2532


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาโมโดรว์ “พยายามประวิงเวลา” การรวมชาติกับเยอรมนีตะวันตก ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2533 แม้ก่อนหน้านั้นกล่าวถึง “การเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย” หลังรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเปลี่ยนผ่านของเยอรมนีตะวันออก เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2532 หรือ 4 วันหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่ง โมโดรว์ เปรียบเทียบว่า กำแพงดังกล่าวไม่ใช่การแบ่งแยกชาวเยอรมัน แต่เป็นเรื่องระหว่างองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) กับองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ หรือกติกาสัญญาวอร์ซอ นำโดยสหภาพโซเวียต


นอกจากนั้น ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ต่อการที่โมโดรว์ “ไม่เต็มใจ” ยุบ “ชตาซี” ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการคือ กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของเยอรมนีตะวันออก แต่มีโครงสร้างการทำงานแบบหน่วยงสืบราชการลับ และตลอดระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง โมโดรว์ จัดการเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว เมื่อเดือน มี.ค. 2533


เมื่อมีการรวมชาติแล้ว โมโดรว์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา ในนามพรรคฝ่ายซ้าย ระหว่างปี 2533-2537 หลังจากนั้น ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภายุโรป ระหว่างปี 2542-2547.

เครดิตภาพ : AFP