สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า พรรค “ดี ลิงเคอ” ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายปัจจุบันของเยอรมนี ที่สืบทอดอำนาจจากพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมนีตะวันออก เผยแพร่แถลงการณ์ว่า นายฮันส์ โมโดรว์ นายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายแห่งเยอรมนีตะวันออก ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมอายุได้ 95 ปี
Wir trauern um Hans Modrow, der im Alter von 95 Jahren verstorben ist. Unsere Partei verliert eine bedeutende Persönlichkeit. Ohne Hans wäre der friedliche Verlauf 1989 nicht möglich gewesen. Das bleibt sein politisches Vermächtnis. Unsere Anteilnahme gilt seinen Angehörigen. pic.twitter.com/TsG8UPJhfb
— DIE LINKE (@dieLinke) February 11, 2023
Modrow was critical of German reunification, arguing that it was carried out too hastily and that East Germany should have negotiated for more concessions during the process.https://t.co/6BEHrcHfkw
— DW News (@dwnews) February 12, 2023
ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองในเยอรมนีตะวันออก โมโดรว์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองเดรสเดน ต่อเนื่องยาวนาน 16 ปี นับตั้งแต่ปี 2516 แม้ประกาศจุดยืนทางการเมืองชัดเจนว่า ต่อต้านขั้วอำนาจเก่าและการปฏิรูป

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาโมโดรว์ “พยายามประวิงเวลา” การรวมชาติกับเยอรมนีตะวันตก ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2533 แม้ก่อนหน้านั้นกล่าวถึง “การเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย” หลังรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเปลี่ยนผ่านของเยอรมนีตะวันออก เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2532 หรือ 4 วันหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่ง โมโดรว์ เปรียบเทียบว่า กำแพงดังกล่าวไม่ใช่การแบ่งแยกชาวเยอรมัน แต่เป็นเรื่องระหว่างองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) กับองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ หรือกติกาสัญญาวอร์ซอ นำโดยสหภาพโซเวียต
"The wall was an evil that caused harm to innocent people. But the wall was not between Germans, it stood between the countries of the Warsaw Pact and NATO"
— FRANCE 24 English (@France24_en) November 7, 2019
???? @TechF24 and @SamwBall interview Hans Modrow, the last PM of East Germany.
Read more here ???? https://t.co/olP5ZLXxDz pic.twitter.com/IyYZuM0MKv
นอกจากนั้น ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ต่อการที่โมโดรว์ “ไม่เต็มใจ” ยุบ “ชตาซี” ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการคือ กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของเยอรมนีตะวันออก แต่มีโครงสร้างการทำงานแบบหน่วยงสืบราชการลับ และตลอดระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง โมโดรว์ จัดการเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว เมื่อเดือน มี.ค. 2533
เมื่อมีการรวมชาติแล้ว โมโดรว์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา ในนามพรรคฝ่ายซ้าย ระหว่างปี 2533-2537 หลังจากนั้น ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภายุโรป ระหว่างปี 2542-2547.
เครดิตภาพ : AFP



