“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ภายหลังจากที่ รมช.คมนาคม ทั้ง 3 คน ได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ , นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี ซึ่งได้รับการเรียกขานว่า “แก๊งลูกเทพ” ได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน รมว.คมนาคม สำหรับส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ของกระทรวงคมนาคม จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ขณะนี้ได้เริ่มลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้ผู้บริหารของหน่วยงานที่ รมช.คมนาคม แต่ละคนกำกับดูแลแล้ว เพื่อผลักดันการดำเนินงานต่างๆ และเร่งรัดโครงการสำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้เห็นการทำงานในรัฐบาลรักษาการ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา สามารถมีผลงานทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ จึงนำมาตั้งเป้าในการทำงานว่า ภายใน 4 เดือนต้องให้เกิดผลงานที่จับต้องได้โดยเร็วที่สุด จากนั้นจึงต่อยอดในระยะยาวต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และพิสูจน์ศักยภาพของการทำงาน โดยสิ่งที่สำคัญในการทำงาน ไม่ใช่คำวิจารณ์ แต่คือผลงานที่ประชาชนได้รับจริง

ยืนยันจะทำงานด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ความท้าทายครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ตัวเอง สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่า สิ่งที่เราทำดี หรือไม่ดี ไม่ใช่คำพูด ส่วนที่ได้รับการเรียกขานว่า “แก๊งลูกเทพ” เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแต่ละคนก็ทำงานทางการเมือง และได้รับการยอมรับทุกคน อีกทั้งได้พิสูจน์ตัวเองมาระดับหนึ่งแล้ว จึงเชื่อว่าไม่ใช่ได้มาเพราะโควตา แต่ละคนมีความสามารถที่ทำให้กรรมการบริหารพรรค เห็นว่าจะสามารถนำพา และขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้ 

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ในระยะสั้นคงยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่ที่จะทำให้เห็นผลโดยเร็ว ในระยะนี้ขอปรับโครงสร้าง และใช้กลไกที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยไม่เป็นภาระงบประมาณของรัฐบาล อาทิ กรณีที่นายพิพัฒน์ มีนโยบายส่งเสริมรถ EV เพื่อลดต้นทุนระยะยาว ทำให้ต้นทุนต่อกิโลเมตร(กม.) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสสังคมที่มองว่า นโยบายการให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เช่ารถโดยสาร EV จากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด จำนวน 800 คัน เพื่อนำมาให้บริการประชาชน เป็นการล็อกสเปก นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นเพียงแนวคิด ที่จะนำมาให้บริการในระหว่างที่รอ ขสมก. รับมอบรถเมล์ใหม่ในช่วงเดือน มี.ค.2570 ยืนยันว่าไม่ได้ล็อกสเปกให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง ยังไม่ได้ฟันธงว่ารายใดจะได้ เพราะสุดท้ายต้องมีการประกวดราคา เราล็อกสเปกไม่ได้ ซึ่งตอนนี้จากที่ทราบข้อมูลก็มีเอกชนหลายราย ที่ยังมีรถโดยสารจอดไม่ได้ให้บริการ บางรายมี 200-300 คัน บางรายมี 400-500 คัน เข้าร่วมประมูลได้หมด โดยเป็นลักษณะโครงการระยะสั้นระหว่างที่รอ ขสมก. รับมอบรถเมล์ EV ใหม่ ในเดือน มี.ค.2570 ซึ่งเรื่องนี้หากทำได้เร็วก็ให้เร่งดำเนินการเลย แต่หากพิจารณาข้อกฎหมาย หรือมีข้อติดขัดใดไม่สามารถทำได้ ก็ให้รอเดือน มี.ค.2570 

ด้านนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นรัฐมนตรีใหม่ แต่ยืนยันพร้อมใช้ประสบการณ์ที่เคยทำงานเอกชนด้านโลจิสติกส์ เดินหน้าพัฒนาสนามบิน บุคลากร และสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงเริ่มต้นขอเวลารับฟังปัญหา และข้อจำกัดของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจนก่อน เพื่อให้การกำหนดนโยบาย และการขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างตรงจุด และเกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ตนตั้งใจผลักดันการพัฒนาภาคการบินของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพสนามบิน การพัฒนาบุคลากรด้านการบิน และการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย

ขณะที่นายสรรเพชญ กล่าวว่า แม้จะถูกจับตามองเรื่องอายุ และประสบการณ์ แต่ที่ผ่านมาเป็น ส.ส.มาแล้ว 2 สมัย ตั้งใจเป็นนักการเมืองมาตั้งแต่แรก ยืนยันพร้อมทำงานเต็มที่ ยึดหลักความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมผลักดันผลงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ และในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมแบบบูรณาการ ทั้งบก น้ำ ราง และอากาศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และขนส่งให้ประชาชน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคใต้ และปรับปรุงสนามบินในภูมิภาค เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งจะผลักดันการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในระบบขนส่ง เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาในอนาคต.