เมื่อวันที่ 3 ก.ค.  ร.ต.อ.พอดี ไชยคำหาญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาข่า จ.อุดรธานี รับแจ้งมีผู้ป่วยชักหมดสติแล้วเสียชีวิตไม่ทราบเหตุ ในบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเอื้ออารี ต.หมูม่น อ.เมืองอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพ นายอัครเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ชาว จ.อุดรธานี นอนเสียชีวิตอยู่กลางบ้านใกล้โต๊ะกินข้าว ตามร่างกายไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย โดยมีภรรยาและลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ และมีเพื่อนบ้านมาร่วมแสดงความเสียใจและคอยปลอบใจให้คลายความเศร้าลง

ลูกสาวของผู้ตาย อายุ 41 ปี เปิดเผยว่า พ่อป่วยมีโรคประจำตัวเป็นความดัน โรคไต ต้องฟอกไตประจำ กระทั่งหมอโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โทรศัพท์มาแจ้งว่าผู้ตายได้สิทธิ์ฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา ซึ่งเจ้าตัวก็อยากฉีดเพื่อสร้างภูมิต้านทานโควิดให้ตัวเอง จึงให้ตนพาไปฉีด กระทั่งวานนี้ (2 ก.ค.) เวลา 13.30 น. จึงพาไปฉีดวัคซีนเข็มแรก เสร็จเรียบร้อย และหมอนัดฉีดเข็มที่ 2 วันที่ 24 ก.ย. หลังฉีดนั่งรอดูอาการก็ไม่มีผลข้างเคียง บอกว่าไม่เป็นไร ไม่เจ็บ ไม่มีอาการ ตนยังดีใจที่ไม่มีอาการข้างเคียง แต่ก็ไม่ชะล่าใจบอกให้คอยสังเกตอาการติดต่อกัน 3 วัน แต่พอกลับมาถึงบ้านเริ่มมีอาการหน้าซีด 

ลูกสาว เล่าต่อว่า ก่อนเกิดเหตุตื่นเช้ามาวันนี้ยังคงมีอาการ หน้าซีด กระวนกระวาย หายใจไม่สะดวก หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จก็บอกว่ามีอาการหายใจไม่สะดวก แล้วช็อกหมดสติล้มลงข้างโต๊ะกินข้าวลิ้นจุกปาก น้องสาวตนพยายามช่วยปั๊มหัวใจ แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ชีพ แต่ก็ไม่ทันเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ซึ่งตนและครอบครัวสันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา เพราะถึงแม้พ่อจะป่วยเป็นโรคไต ฟอกไตตลอด ก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้ แต่หลังไปฉีดวัคซีนมาครบ 24 ชม. ก็ช็อกหมดสติเสียชีวิต ทำให้เชื่อว่าเกิดจากการฉีดวัคซีนแน่นอน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำศพส่ง แผนกนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.