สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่า ผู้เชี่ยวชาญความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ “เอ็กซ์ดีไอ” ประเมินภูมิภาคต่าง ๆ มากกว่า 2,600 แห่งทั่วโลก โดยใช้แบบจำลองสภาพอากาศ ร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นภายในปี 2593

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พื้นที่สำคัญบางแห่งของเศรษฐกิจโลกเผชิญกับอันตรายร้ายแรง เช่น ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูง, อุทกภัย และไฟป่า ซึ่งอาจลดราคาอสังหาริมทรัพย์ และขัดขวางการลงทุนด้วยเช่นกัน

“เราต่างรู้สึกถึงผลกระทบที่สำคัญของเหตุการณ์สภาพอากาศทั่วโลกแล้ว และมันจะมีแต่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น” นายโรฮาน แฮมเดน ผู้บริหารสูงสุดของเอ็กซ์ดีไอ กล่าว “สุดท้ายนี้ เราเพียงต้องการทำให้แน่ใจว่า ทุกการตัดสินใจลงทุนจะดำเนินการในลักษณะที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ”

มณฑลชายฝั่งด้านอุตสาหกรรมของจีนอย่าง มณฑลเจียงซู ซึ่งมีเศรษฐกิจคิดเป็น 1 ใน 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน ได้รับการจัดอันดับให้เป็นภูมิภาคซึ่งมีความเสี่ยงมากที่สุดในโลก ตามมาด้วยมณฑลซานตงที่อยู่ใกล้เคียง เช่นเดียวกับมณฑลเหอเป่ย์ ที่เป็นฐานการผลิตเหล็กที่สำคัญของประเทศ และมณฑลเหอหนานทางตอนกลางที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม

ทั้งนี้ แฮมเดน กล่าวเสริมว่า การผลิตทั่วโลกที่เปลี่ยนไปยังทวีปเอเชียผลักดันให้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วจีนที่เปราะบางอยู่แล้ว ส่งผลให้จีนมีความเสี่ยงต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ด้าน นายคาร์ล มัลลอน ผู้ร่วมก่อตั้งเอ็กซ์ดีไอ ระบุว่า แม้สภาพอากาศมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยชี้ขาด เมื่อต้องพิจารณาถึงการไหลของเงินทุน แต่เรื่องนี้ยังคงต้องตามดูต่อไปว่า มันจะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงมากกว่าหรือไม่.

เครดิตภาพ : AFP