นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญ ทางหัวเว่ยจึงมีแผนสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยโครงการฝึกอบรมนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้ได้ถึง 20,000 คน ภายในระยะเวลา 3 ปี ผ่านโครงการต่าง เช่น โครงการบ่มเพาะธุรกิจเอสเอ็มอี สปาร์ค อิกไนต์ โครงการรถดิจิทัลเพื่อสังคมที่จะต่อยอดให้ครอบคลุมในพื้นที่ 10 จังหวัด และฝึกอบรมนักเรียนให้ถึง 2,000 คน งานสัมมนาต่อยอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลจากภาคส่วนต่างๆ และโครงการซีด ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์ ที่มีทั้งการฝึกอบรม มอบทุนการศึกษา และการแข่งขันในกลุ่มเยาวชน ฯลฯ
“จากข้อมูลสถิติภัยคุกคามทางไซเบอร์ของไทยในปี 65 โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นถึงเท่าตัว จากปี 64 ที่มี 135 เหตุการณ์ เป็น 772 เหตุการณ์ในปี 65 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการโจมตีข้อมูลบนเว็บไซต์ ด้านการศึกษาและภาคสาธารณะ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐบาล ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหลายในอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างปลอดภัยและมั่นคง”
นายเดวิด กล่าวต่อว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น จะมาพร้อมกับภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับที่ประเมินค่าไม่ได้ หากหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ขาดมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้การแบ่งปันความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้เข้าถึงและครอบคลุมกลุ่มคนที่หลากหลาย และผลักดันการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมให้กับประเทศไทย จะช่วย วางรากฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่าง ๆ ในการรับมือกับภัยคุกคามในอนาคตดีขึ้นได้



