จากกรณีมีการแถลงผลการทุจริตสอบข้าราชการการท้องถิ่น นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ร่วมกันแถลงผลการหารือ เรื่องการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น โดย “นายสันติธร” เผยพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน โดยในส่วนการดำเนินการทางวินัย เบื้องต้นพบมีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย ขณะเดียวกันได้ขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ด้วยอีกทาง จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหา จากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา ตามที่ข่าวเสนอไปนั้น
อ่านข่าวต่อ : “อนุทิน” เขย่าทุจริตสอบท้องถิ่นพันล้าน-“พรรคประชาชน” พลิกเกมยึดสภา กทม.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ค. “ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม” ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรทำ และไม่ควรทำต่อกรณีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น”

โดยสิ่งที่ไม่ควรทำ มีดังต่อไปนี้
1. พูดหรือให้สัมภาษณ์ก่อนมีข้อเท็จจริงครบถ้วน
2. รับรองความบริสุทธิ์ของผู้ใดก่อนการสอบสวนเสร็จสิ้น
3. ปล่อยให้ผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ยังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบ
4. ตัดสินใจหรือประกาศแนวทาง ที่อาจขัดต่อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (ที่ไม่ใช่อำนาจหรือเกินอำนาจด้วย)

นอกจากนี้ สิ่งที่ควรทำ มีดังต่อไปนี้
1. ย้ายผู้เกี่ยวข้องออกจากหน้าที่ชั่วคราว และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยอิสระ
2. ตรวจสอบกระดาษคำตอบของผู้สอบผ่านและผู้ขึ้นบัญชีทุกคน เทียบกับคะแนนที่ประกาศ
3. ตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้งหมดอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
4. หากพบการทุจริต ต้องดำเนินคดีและลงโทษผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่มีข้อยกเว้น
5. ขยายผลไปถึงผู้สั่งการ หรือผู้บงการตามพยานหลักฐาน และใช้มาตรการตามกฎหมายอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ “หลักสำคัญ ประชาชนไม่ได้ต้องการคำรับรองความบริสุทธิ์ แต่ต้องการการตรวจสอบที่โปร่งใส เป็นอิสระ รวดเร็ว และยุติธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการไทยอีกครั้ง”

ขอบคุณข้อมูลจาก : ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต