ห่างหายจากงานแสดงหน้าจอโทรทัศน์ไปนานพอสมควรสำหรับนักแสดงสาวสวย เชอรี่ เข็มอัปสร ที่ล่าสุดมีงานละครอีกครั้งทำเอาแฟน ๆ กรี๊ดและดีใจหนักมาก ล่าสุดเจอตัวสาวเชอรี่เลยต้องถามถึงเรื่องนี้สักหน่อย พร้อมอัปเดตสถานะหัวใจ เพราะแว่วว่ามีคนกำลังศึกษาอยู่ด้วย
เชอรี่ เผยว่า “เรื่องกลับมาเล่นละคร คือตื่นเต้นกับการไปเล่นละคร (ยิ้ม) กับการเข้ากองวันแรกก็ตื่นเต้นอยู่แล้วว่าการแสดงของเราจะเป็นยังไง ต้องปัดฝุ่น เคาะสนิมเยอะแค่ไหนนะ บทได้ไหม ไลน์กล้องเราก็ตื่นเต้นพอควรนะ แล้วพอเข้าฉากทุกอย่างก็ไปได้ดี ก็รู้สึกเหมือนคนขี่จักรยานเป็น พอมาขี่ใหม่นิดนึงมันก็ไปได้ ก็โล่งใจ แต่พอตกบ่าย ทีมงานมาบอกว่าพี่เชอรี่ไปถ่ายรูปหรือยัง ก็ถามว่าถ่ายรูปอะไร คือเรายังไม่รู้เรื่อง เขาก็บอกว่านี่ ๆ มีรถมา รถอะไรเหรอ ทีแรกคิดว่าต้องไปถ่ายรูปต่อเนื่องในฉาก เขาก็พาไป พอไปเห็นก็เป็นรถฟู้ดทรัคซัพพอร์ต เขาบอกว่า เจี๊ยบ พิจิตตรา ส่งมาให้ ก็เป็นรถครั้งแรกที่ได้รับ ใช่ค่ะคันแรกในชีวิตเลย ดีใจ เจี๊ยบเขาเป็นผู้หญิงที่น่ารักและอบอุ่นอยู่แล้ว แล้วที่เขาทำแบบนี้เหมือนการทำงานของเราวันแรกมันอบอุ่น และเป็นกองที่ พี่นก จริยา เขาสนิทกับเจี๊ยบด้วย ก็เลยซัพพอร์ตทั่ว ๆ เลย”
“ไม่ใช่แค่เราที่ชื่นใจ ทีมงานเองก็ดีใจ เพราะตรงที่เราไปถ่ายมันค่อนข้างร้อน แดดแรง แล้วมีน้ำเย็น ๆ หวาน ๆ มาช่วยก็ชื่นใจ เอาจริง ๆ เรื่องรถฟู้ดทรัคเห็นดาราใหม่ ๆ ไม่คิด ๆ ว่าจะเป็นเรา จริง ๆ ก็เลยคิดว่ามันเป็นเทรนด์ของยุคนี้ ว่าใครจะส่งอาหาร หรืออะไรมาให้ก็ส่งมาเป็นคันรถแบบนี้เลย ก็รู้สึกว่าดีอย่างหนึ่งนะเพราะจะไม่ได้ใช้ถุงพลาสติก ทำสดใหม่ด้วย ถามว่าเตรียมส่งคืนให้เจี๊ยบบ้าง ใช่ ๆ เดี๋ยวเขาถ่ายที่ไหนขอสืบก่อน ถ้ามีโอกาสส่งให้แน่นอน วันนั้นเจี๊ยบเขาให้เครื่องดื่ม ชา กาแฟ แต่ที่ประทับใจมากคือเขาทำการบ้านมาดี เขาใช้แก้วกระดาษและหลอดกระดาษด้วย ตอนแรกยังมีคิดว่ามาเป็นน้ำแบบนี้จะสร้างขยะเพิ่มมากขึ้นหรือเปล่า เพราะคนทั้งกองถ่ายต้องใช้ ปรากฏว่าเป็นกระดาษ ไว้ใจได้ แฮปปี้เลย เพราะวันแรกเราก็เจอกับบทดราม่าหนักเลย ร้องไห้ทุกซีน แล้วพอได้อะไรแบบนี้ก็ชื่นใจ หายเหนื่อย”

เชอรี่ เล่าต่อว่า “เรื่องหัวใจที่บอกไม่ว่างแล้วคือ เดี๋ยว ๆ ว่าง แต่กำลังดูอยู่ คือตอนนี้กำลังดูๆๆๆๆ อยู่ (หัวเราะ) อย่าเรียกว่าเข้ารอบ เพราะเข้ารอบต้องมีหนึ่งเดียวใช่ไหม เชอรี่มองว่ายุคนี้ คนมองข้ามศีล 5 ไป ซึ่งจริง ๆ มันควรเป็น 5 อย่างที่ปกติสำหรับทุกคน เลยอยากทำให้มันเป็นปกติ ก็คือมีความปกติ 5 อย่าง แล้วถ้าเกิดว่าเราได้เจอคนที่มีความปกติแบบนี้ อย่างน้องก็ทำให้เรารู้สึกมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ว่าเราจะไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน อย่างน้อยก็จะไม่โกหกหลอกลวงซึ่งกันและกัน ก็เลยกลายเป็นว่าความปกติกลายเป็นความไม่ปกติ ก็เลยรู้สึกว่าอยากทำให้มันกลับมาเป็นความปกติ”
“ถามว่าคนที่เข้ามาต้องถือศีล 5 ไหม (หัวเราะ) ก็มีค่ะ แต่บางทีอยู่โสดแบบนี้ก็สบาย ไม่มีเรื่องให้ทุกข์ใจหนักใจ ถ้าการมีเพื่อนแล้วเป็นคนดี จะเป็นเพื่อนคุยเพื่อนปรึกษาก็ดีไปอีกแบบ ซึ่งมันเลยต้องคัดค่ะ ขอพูดถึงข้อ 5 นิดนึง ปกติเดี๋ยวนี้คนดื่มสุรากันเป็นปกติใช่ไหม นี่แหละเลยทำให้การครองสติเราลดน้อยลง เลยเป็นที่มาของการทำผิดข้ออื่น ๆ ตามมาแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็จะดีนะ แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็นบางโอกาส หรือก็ค่อยว่ากันไป”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก cherrykhemupsorn



