เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสข่าวดาราสาวไต้หวัน มาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้วถูกตำรวจจับกุมบุหรี่ไฟฟ้า แล้วอ้างว่าหาซื้อบุหรี่หาซื้อได้ทั่วไปเพราะมีการวางขายเกลื่อนตลาด แม้แต่ตามริมถนนตามแห่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะความกังวลเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชนที่มีร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ใกล้สถานศึกษา นำมาซึ่งการตื่นตัวของหน่วยงานต่างๆที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายออกมาเครื่องไหวป้องกันปราบปราม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา มภาพันธ์ 2566 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ปกครองว่ามีร้านค้าที่แอบลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับนักศึกษา รวมทั้งคนทั่วไปอย่างโจ๋งครึ่มริมถนนติดรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เล็ดลอดหูตาเจ้าหน้าที่ไปได้อย่างไรทั้งๆที่ลักลอบเปิดขายมาเป็นเวลานานในพื้นที่ สน.พหลโยธิน

เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาฯ สคบ.จึงสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ นำโดยนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.ส่วนบังคับคดี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทันที่ที่ลงพื้นที่พบน.ส.เนเน่ (สงวนชื่อสกุลจริง) เปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าตามที่มีการร้องเรียนจริง จึงแสดงตัวเข้ายึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งในระหว่างกำลังดำเนินการพบว่ายังมีนักศึกษาหลายรายเข้ามาขอซื้อ แต่พอรู้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังตรวจยึดต่างก็รีบเดินห่างออกไป

จากการขยายผลของเจ้าหน้าที่พบว่านายฟลุ๊ค (สงวนชื่อสกุลจริง) ได้มาแสดงตนเป็นเจ้าของร้านและเป็นผู้ว่าจ้างให้ น.ส.เนเน่ เป็นผู้ขายให้ เจ้าหน้าที่ สคบ.จึงเชิญตัวทั้งสองคนไปที่สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีฐานร่วมกันขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 600,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และความผิดตามกฎหมายศุลกากร ทั้งนี้ สคบ.ขอเตือนไปยังผู้ที่ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หากพบจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายให้เด็กและเยาวชนถือเป็นการมอมเมาเด็กและเยาวชนทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพระยะยาว



