เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิสุกรี เจริญสุข ได้เชิญ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และคณะเดินทางมาเยี่ยมชมโรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารี ซึ่งดำเนินงานโดย มูลนิธิ สุกรี เจริญสุข ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 และร่วมชมการแสดงดนตรี จาก นักดนตรีอัจฉริยะ ที่มีความสามารถพิเศษรายแรกของประเทศไทย จนสามารถนำวิชาดนตรีไปประกอบอาชีพได้ คือ “น้องวุฒิ” ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ ชั้นปีที่ 4 และ “น้องซิน” ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ 2 นับเป็นอีกผลงานของมูลนิธิฯ
ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวแสดงความชื่นชม ดร.สุกรี ว่า เป็นปูชนียบุคคลในด้านการดนตรีระดับชั้นแนวหน้าของประเทศไทย และยังได้เปิดโรงเรียนสอนดนตรี ทำให้เด็กพิเศษได้แสดงความสามารถ เป็นไปตามที่ตนเคยพูดเสมอว่า ประเทศไทยมีคนเก่งอยู่มาก มีต้นทุนที่ดี อยู่ที่โอกาสในการสนับสนุน การได้เห็นนักดนตรีหลายคนในวันนี้ เชื่อว่าจะสามารถหารายได้จากการแสดงดนตรีได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของ กระทรวง อว. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุนวิจัยผ่าน วช. และมีความยินดีที่ วช.ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ดร.สุกรี เพราะงานวิจัยไม่จำเป็นจะต้องเป็นงานด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น โดย 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรี อว. ได้ทำให้งานวิจัยมีทั้งการวิจัยด้านดนตรี ด้านอาหาร และวัฒนธรรมพื้นถิ่น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย และเชื่อว่ารัฐบาลหน้า ถ้าตนยังมีโอกาสจะสานงานที่จะเป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมืองต่อไป

ทางด้าน ดร.สุกรี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับมอบหมายจากอธิการบดีในยุคนั้นให้จัดทำหลักสูตรดนตรีบำบัด โดยการใช้ดนตรีเพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างสุขภาวะที่ดีแก่บุคคลผู้เปราะบางและพิการ แต่หลังพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ หลักสูตรดังกล่าวไม่ได้รับการสานต่อ จึงตัดสินใจมาตั้งโรงเรียนดนตรีในชื่อ เอื้อมอารี เปิดสอนเด็กตั้งแต่อายุ 0-3 ขวบ และเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในประเทศไทยที่สอนเด็กอายุ 0-3 ขวบ ขณะนี้มีนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่รัศมีประมาณ 200 เมตร รวม 700 คน
“มูลนิธิฯ ไม่มีรายได้จากสิ่งที่ทำ คนมักจะคิดถึงเราเสมอเวลาไม่มีเงินก็มาขอให้เราช่วย แต่เวลามีเงินก็ไม่ได้คิดถึงเราอีก แต่ทุกวันนี้ที่ยังทำงานสานต่อทางดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานวิจัยดนตรีพื้นถิ่น เพื่อถ่ายทอดสู่สากลในรูปแบบวงไทยซิมโฟนี ซึ่ง วช.ให้ทุนสนับสนุนการจัดตั้งวงปล่อยแก่ที่นำผู้สูงวัยมาใช้เวลาว่างเล่นดนตรี และการจัดตั้งโรงเรียนสอนดนตรีเอื้ออารี ตั้งแต่วัย 0-3 ปี เป็นสิ่งที่ยังมุ่งมั่นทำงานโดยไม่รู้สึกท้อแท้ สำหรับการเชิญรัฐมนตรี อว. และผู้อำนวยการ วช. มาเพื่อให้เห็นถึงสิ่งที่เราได้ทำ โดยเฉพาะงานในด้านการสอนดนตรีให้แก่เด็กพิเศษ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม การที่รัฐมนตรีและผู้อำนวยการ วช. มาเยี่ยมชมงานในครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยไฮไลต์ของการแสดงดนตรีอยู่ที่การแสดงของน้องวุฒิ มือกลองซึ่งเป็นเด็กพิเศษที่พ่อแม่พาเข้ามาเรียนตั้งแต่ 6 ขวบ ปัจจุบันสามารถเล่นดนตรีหาเลี้ยงชีพมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท และน้องซิน เล่นกีตาร์ คู่กัน” ดร.สุกรี กล่าว.



