ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 มี.ค. เวลา 22.00 น. “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงที่ชนะมา 3 นัดติด เปิดบ้านเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เจอกับ “เดอะ เชอร์รีส์” บอร์นมัธ ทีมในโซนตกชั้นที่ชนะแค่ 1 จาก 9 นัดหลังสุดในลีก

มิเกล อาร์เตตา กุนซืออาร์เซนอล สภาพทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากนัดล่าสุด กาเบรียล เชซุส และ โม เอลเนนีย์ ยังคงไม่พร้อม ขณะที่ เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ ดูเหมือนเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่น่าเป็นอะไรมาก และ จอร์จินโญ ไม่สบายเล็กน้อย หากไม่พร้อม โธมัส ปาร์เตย์ พร้อมเป็นตัวจริงอยู่แล้ว

คาดว่า 11 คนแรกเปลียนแค่ตำแหน่งของ จอร์จินโญ แผงหลังมี เบน ไวท์, วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, โอเลคซานเดอร์ ซินเชนโก แดนกลาง กรานิต ชากา, โธมัส ปาร์เตย์ โดยมี มาร์ติน โอเดการ์ด ประสานงานกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี, บูกาโย ซากา และ เลอันโดร ทรอสซาร์ รับบทกองหน้าฟอลส์ ไนน์

ด้าน แกรี โอนีล กุนซือบอร์นมัธ น่าจะขาดทั้ง มาเทียส วินา, จูเนียร์ สตานิสลาส และ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ที่บาดเจ็บทั้งหมด เช่นเดียวกับ อิลยา ซาร์บาร์ยี และ เดวิด บรูคส์ เจ็บลงไม่ได้แน่ ลอยด์ เคลลี และ ลูอิส คุก ยังต้องรอเช็กความฟิต

คาดว่า โอนีล จะเน้นเกมรับเหนียวแน่น มาอุดเต็มพิกัด วางกองหลัง 5 คน แดนกลาง 4 คน ฮาเหม็ด ตราโอเร, ฟิลิป บิลลิง, เจฟเฟอร์สัน เลอมา, แดนโก ออตตารา และแดนหน้าทิ้ง โดมินิค โซลันกี เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า

สถิติเจอกันมา 12 ครั้ง อาร์เซนอล ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้แค่ครั้งเดียว ซึ่งเกิดขึ้นที่บ้านของบอร์นมัธ เมื่อปี 2018 ส่วน 6 ครั้งหลังจากนั้น อาร์เซนอล ชนะ 5 เสมอ 1 โดยการเจอกันหนล่าสุดเมื่อต้นซีซั่น อาร์เซนอล บุกชนะ 3-0

คู่อื่น 19.30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี – นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, 22.00 น. แอสตัน วิลลา – คริสตัล พาเลซ, 22.00 น. ไบรท์ตัน – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, 22.00 น. เชลซี – ลีดส์ ยูไนเต็ด, 22.00 น. วูล์ฟส – ทอตแนม ฮอตสเปอร์, 00.30 น. เซาแธมป์ตัน – เลสเตอร์ ซิตี