สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการมอบความสนับสนุนด้านอาวุธรอบใหม่ให้แก่ยูเครนอีก 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,776 ล้านบาท) โดยส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องกระสุนสำหรับระบบปืนใหญ่อัตตาจร “ฮาวอิตเซอร์” และระบบขีปนาวุธหลายลำกล้อง “ไฮมาร์ส” นอกจากนั้นยังมีกระสุนและอะไหล่สำหรับระบบยิงจรวด และยานยนต์หุ้มเกราะอีกหลายรุ่น
ด้านนายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ กล่าวถึงการมอบความสนับสนุนด้านอาวุธรอบล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตัน บ่งชี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า อีกฝ่ายต้องการให้รัฐบาลมอสโก “พ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์” ในสมรภูมิยูเครน “แต่จะไม่มีทางเป็นเช่นนั้น”
.@SecBlinken announced critical new support for Ukraine as it bravely defends its people, its territorial integrity, and its independence against Russia’s aggression. https://t.co/2T09siDLRt
— Ned Price (@StateDeptSpox) March 3, 2023
ทั้งนี้ นับตั้งแต่วิกฤติการณ์ในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 รัฐบาลวอชิงตันมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่ยูเครนไปแล้วมากกว่า 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) มากที่สุดในบรรดาประเทศตะวันตกทุกแห่ง ที่มอบความช่วยเหลือด้านอาวุธให้แก่ยูเครน
President Biden with Chancellor Scholz to reaffirm the deep bonds of friendship between the United States and Germany. The leaders also discussed their bilateral cooperation on a range of global security and economic issues – including support for Ukraine. pic.twitter.com/CX0eu5N8ne
— The White House (@WhiteHouse) March 3, 2023
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ พบหารือกับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ โดยผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องการยืนยันเคียงข้างยูเครน “ในระยะยาว” พร้อมทั้งมอบความสนับสนุนให้แก่อีกฝ่ายในทุกด้าน เพื่อการฟื้นฟูประเทศ

ขณะเดียวกัน ไบเดนแสดงความชื่นชม การที่เยอรมนีเพิ่มสัดส่วนงบประมาณกลาโหม การส่งมอบรถถังประจัญบาน “ฮาวอิตเซอร์” ให้แก่ยูเครน และพยายามแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ เพื่อลดการพึ่งพิงรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม เยอรมนีซึ่งเป็นสมาชิกแถวหน้าของสหภาพยุโรป (อียู) ยังคงมี “ความวิตกกังวล” ต่อกฎหมายลดเงินเฟ้อฉบับใหม่ของสหรัฐ ซึ่งบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว เป็นงบประมาณ 430,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14.8 ล้านล้านบาท) เพื่ออุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยสหรัฐ ซึ่งอียูวิจารณ์ว่า “ไม่ยุติธรรม” กับผู้ประกอบการต่างชาติ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ให้ความเห็นแบบเดียวกัน ระหว่างเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : REUTERS



