สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า จากกรณีศาลแขวงกรุงพนมเปญมีคำตัดสิน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้นายเกิม สุขา ผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา รับโทษกักขังเป็นเวลา 27 ปี ที่จะเป็นการจำกัดบริเวณอยู่เฉพาะภายในบ้านพัก เนื่องจากจำเลยมีความผิดจริงตามคำฟ้อง ในคดีที่ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ กล่าวหา นายเกิม สุขา “เป็นกบฏซึ่งได้รับความสนับสนุนจากตะวันตก” ขณะที่สหรัฐและพันธมิตรตะวันตก พร้อมใจกันออกมาประณามบทลงโทษนั้น


กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า ปฏิกิริยาของรัฐบาลวอชิงตันและนานาประเทศตะวันตก “เต็มไปด้วยอคติและเป็นการเสแสร้ง” อีกทั้ง “สะท้อนความหยิ่งผยอง” เนื่องจากนักการทูตที่มีจริยธรรม ต้องไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และเน้นย้ำว่า บทลงโทษของศาลที่มีต่อนายเกิม สุขา “ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง”


อย่างไรก็ตาม นายเกิม สุขา วัย 69 ปี และทีมงานฝ่ายกฎหมาย ยังคงสามารถอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาของศาลได้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันประกาศคำตัดสิน ที่ยังสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของ นายเกิม สุขา ซึ่งรวมถึงการใช้สิทธิลงคะแนน และห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ตลอดจนการดำรงตำแหน่งทางการเมือง “ตลอดชีวิต”

ด้าน น.ส.เกิม มโนวิทยา บุตรสาวของนายเกิม สุขา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของทางการกัมพูชา นำกล้องวิดีโอวงจรปิดมาติดตั้งแทบทุกซอกมุมของบ้าน แทบทันทีที่ศาลมีคำตัดสิน


ทั้งนี้ นายดับเบิลยู. แพทริค เมอร์ฟีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงพนมเปญ ยังคงประณามเรื่องนี้ “เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงด้านกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา” เนื่องจากคดีความทั้งหมด “เป็นทฤษฎีสมคบคิดทางการเมือง” และเรียกร้องรัฐบาลของสมเด็จฮุน เซน ให้ความเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพของชาวกัมพูชา ในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนกระทรวงการต่างประเทศในกรุงวอชิงตันประณาม “เป็นการข่มขู่และคุกคามทางการเมือง”


อนึ่ง กัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในวันที่ 23 ก.ค. 2566 โดยมีพรรคฝ่ายค้านก่อตั้งใหม่ในชื่อ พรรคแสงเทียน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “เหล้าเก่าในขวดใหม่” เนื่องจากสมาชิกพรรคส่วนใหญ่เป็นอดีตสมาชิกพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ที่นายเกิม สุขา ร่วมก่อตั้งกับ นายสม รังสี และศาลฎีกาสั่งยุบพรรค เมื่อเดือน พ.ย. 2560.

เครดิตภาพ : REUTERS