สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวถึงการที่ นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) เยือนอิหร่าน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วกล่าวว่า “การโจมตีทางทหารต่อสถานที่ด้านนิวเคลียร์แห่งใดก็ตาม ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย” ว่า “เป็นการให้ความเห็นที่ไร้ค่า แม้ผู้พูดเป็นบุคคลที่มีเกียรติก็ตาม”


เนทันยาฮู กล่าวต่อไปว่า อิหร่านเป็นประเทศที่แสดงออกอย่างเปิดเผย ว่าต้องการทำลายอิสราเอล อิสราเอล “จึงมีความชอบธรรมในการป้องกันตนเอง” ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งผู้นำอิสราเอลอีกครั้ง เมื่อปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา เนทันยาฮู ประกาศว่า “การดำเนินการทุกวิถีทาง” เพื่อป้องปรามไม่ให้อิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการไอเออีเอ พบหารือกับ นายฮอสเซ็น อมิราบโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงเตหะราน


ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน โจมตีและสร้างความเสียหายให้กับโรงงานผลิตอาวุธแห่งหนึ่ง ในเมืองเอสฟาฮาน ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดเอสฟาฮาน ตั้งอยู่ทางตอนกลางของอิหร่าน จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีบุคคลกลุ่มใดออกมาประกาศตัวว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง และรัฐบาลเตหะรานไม่ได้พาดพิงประเทศใดอย่างเจาะจง แต่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงาน โดยอ้างข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลวอชิงตัน ว่า “อิสราเอลเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง”


อนึ่ง จังหวัดเอสฟาฮานเป็นสถานที่ตั้งโรงงานและโครงการนิวเคลียร์ที่สำคัญหลายแห่งของอิหร่าน หนึ่งในนั้นคือโรงงานนาทานซ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และรัฐบาลเตหะรานเคยกล่าวหา อิสราเอลอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบไฟฟ้าภายในโรงงาน เมื่อปี 2564.

เครดิตภาพ : REUTERS