ความคิดนี้แหละ ที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มนุษย์เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา ถ้าเราสลัดความคิดแบบเดิม ๆ ออกได้ ก็เท่ากับว่าความสุขเล็ก ๆ กำลังเริ่มต้นเกิดขึ้นแล้ว
อาตมาได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ ว่า คนที่นอนใต้ต้นแอปเปิล เซอร์ไอแซกนิวตัน ตอนที่เขานอนใต้ต้นแอปเปิล ลูกแอปเปิลตกลงมา เขาเกิดความสงสัยว่ามันตกลงมาได้อย่างไร ความสงสัยเปลี่ยนกลายมาเป็นความพยายามในการแสวงหาคำตอบ และความสงสัยนี้แหละทำให้เกิดทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก
ที่กล่าวมานี้ก็คือ กำลังจะบอกท่านทั้งหลายว่า บางทีการที่เป็นคนที่ช่างสงสัย ช่างสังเกต ช่างถาม ก็เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างกว้าง ดังที่นักวิทยาศาสตร์ นักคิด นักเขียน ได้สร้างผลงานไว้ในโลกนี้อย่างมากมาย
ย้อนมาถึงความคิดของเราบ้าง อาตมาก็มานั่งคิดอยู่ว่า “เอ่ ถ้าหากเหตุการณ์นั้นมาเกิดที่บ้านเรา วันนั้นไม่ใช่เซอร์ไอแซกนิวตัน ที่นอนใต้ต้นแอปเปิล แต่เป็นใครสักคนหนึ่งนอนใต้ต้นมะม่วง ลูกมะม่วงตกลงมา คำแรกที่เราจะได้ยินก็คงเป็นคำว่า พริกน้ำปลาหวานอยู่ไหน”
แต่ถ้าหากว่าเราคิดแบบมองโลกในแง่ดี หรือ positive Thinking เหมือนกับตอนที่แล้ววันที่ลูกแอปเปิลตกลงมา อาจจะไม่เกิดทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก แต่อาจจะมีสูตรพริกน้ำปลาหวานที่กินกับแอปเปิลได้อร่อยที่สุดในโลกก็ได้ และอาจจะกลายเป็นโอทอปหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของประเทศที่ส่งออกต่างประเทศเลยก็ได้
ฉะนั้นถ้าทุกคนอยากจะมีความสุขในชีวิตทุก ๆ เวลาเราก็ต้องรู้จักคิดแบบมองโลกในแง่ดีบ้าง ไม่ใช่ว่าเห็นอะไรก็ไม่พอใจไปเสียซะทุกอย่าง อันนั้นก็ไม่เข้าท่า อันนี้ก็ไม่ถูกต้อง คนนั้นทำก็ไม่ถูก คนนี้ก็ไม่ได้เรื่อง โดยเฉพาะในองค์กรหรือหน่วยงานที่ทุกคนทำงานอยู่ คงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ทำเร็วก็หาว่าล้ำหน้า ทำช้าหาว่าอืดอาด โง่ก็ถูกตวาด พอฉลาดก็ถูกระแวง ทำก่อนบอกไม่ได้สั่ง ทำทีหลังบอกไม่รู้จักคิด”
อยากจะยกตัวอย่างในเรื่องของการคิดแบบมองโลกในแง่ดี เช่นเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของคนเมืองกรุง หรือในหัวเมืองใหญ่ ๆ ที่มีการจราจรติดขัดอย่างมาก เวลาที่คุณขับรถไปกลางถนนพอถึงสี่แยกไฟแดง รถของเราเป็นคันสุดท้ายที่ไปไม่ทันไฟเขียว ติดไฟแดงเป็นคันแรก ส่วนมากเราก็จะคิดว่า “โธ่ อะไรเนี้ยอีกแค่คันเดียวเอง” “ทำไมคันหน้ามันขับช้าจังว่ะ” (โทษคนอื่นอีก) “อะไรปล่อยแค่ 3 คันเนี่ยนะ” เกิดความทุกข์ไหม ความคิดแบบนี้ ถ้าอยากมีความสุข ก็ลองเปลี่ยนวิธีคิดแบบไหม่ ลองคิดว่า “แหมดีเหมือนกัน ครั้งต่อไปเราเป็นคันแรก” แค่คิดแบบนี้ก็มีความสุขแล้วใช่ไหม (กำลังยิ้มล่ะซิ) นั่นไงความสุขเกิดขึ้นแล้ว เห็นไหมไม่ยากใช่ไหมครับการสร้างความสุข
หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี เคยสอนเรื่อง ความคิดไว้ว่า
เธอจงระวังความคิดของเธอ เพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ เธอจงระวังความประพฤติของเธอ เพราะความประพฤติของเธอ จะกลายเป็นความเคยชินของเธอ เธอจงระวังความเคยชินของเธอ เพราะความเคยชินของเธอ จะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ เพราะอุปนิสัยของเธอ จะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต
………………………………
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังข์กระจายวรวิหาร รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



