สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ว่า เมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ ว่าอาจใช้มาตรการจำกัดการใช้งานของผู้ใช้ในแคนาดา ในการเข้าถึงและแบ่งปันเนื้อหา ของสำนักข่าวทุกแห่งจากทั่วโลก บนทุกแพลตฟอร์มของเมตา ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และวอตต์สแอปป์ เนื่องจากเมตาไม่มีนโยบายชำระเงินสำหรับเนื้อหา หรือลิงก์ที่ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


ประเด็นดังกล่าวหมายถึง “กฎหมายข่าวสารออนไลน์” หรือ “กฎหมายซี-18” ซึ่งเข้าสู่การพิจารณาโดยสภาสามัญของแคนาดา เมื่อเดือนเม.ย. ปีที่แล้ว มีสาระสำคัญคือ บริษัทเทคโนโลยีที่รวมถึงเมตา และกูเกิล ต้องเจรจาจัดทำข้อตกลงเชิงพาณิชย์ และจ่ายเงินให้กับผู้ผลิตข่าวในแคนาดา “เพื่อเป็นค่าเนื้อหา”


ด้านรัฐบาลแคนาดายังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อ “คำขู่” ของเมตา ขณะที่กูเกิล “ทดลอง” ใช้การจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาข่าว สำหรับผู้ใช้ในแคนาดา เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นการส่งสัญญาณของมาตรการตอบโต้ หากกฎหมายที่ว่านี้มีผลบังคับใช้จริง


อย่างไรก็ตาม เมตาเคยมีปัญหาแบบเดียวกันนี้กับออสเตรเลียมาแล้ว เมื่อปี 2564 โดยสภาออสเตรเลียบัญญัติกฎหมาย “การต่อรองกับสื่อ” เพื่อแก้ไข “ความไม่สมดุลทางอำนาจ” ระหว่างผู้ประกอบการด้านการสื่อสาร และสำนักข่าว กับบริษัทด้านเทคโนโลยีที่รวมถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ ในการเจรจาและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการซื้อขายข่าวและเนื้อหาอื่น


ทั้งนี้ เมตาปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาข่าวบนแพลตฟอร์มของผู้ใช้ในออสเตรเลีย เป็นเวลานานหลายวัน ก่อนที่รัฐบาลออสเตรเลียและเมตาสามารถเจรจากันได้ในที่สุด แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ว่าตกลงกันได้แบบใด.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES