สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า บริษัทซาอุดีอารามโก รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย รายงานผลกำไรจากการดำเนินงานตลอดปี 2565 เพิ่มขึ้น 46% โดยรายได้สุทธิเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 161,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 5.6 ล้านล้านบาท ) เพิ่มขึ้นจาก 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.8 ล้านล้านบาท ) เมื่อปี 2564
ทั้งนี้ การเปิดรายได้สุทธิประจำปีที่แล้วของซาอุดีอารามโก ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้เศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียขยายตัว 8.7% เมื่อปี 2565 สูงที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี 20″
นอกจากนั้น สถิติดังกล่าวสอดคล้องกับการเปิดเผยตัวเลข ของกลุ่มบริษัทพลังงานข้ามชาติรายใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น เชลล์ เอ็กซอนโมบิล บีพี และโตตาลเอเนอร์จีส์ ที่รายได้สุทธิประจำปี 2565 ของบริษัทแต่ละแห่งล้วนผ่านหลัก 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 5.2 ล้านล้านบาท ) และอาจทะยานสู่ระดับ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6.9 ล้านล้านบาท ) หากการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงยืดเยื้อตลอดทั้งปีนี้
Saudi Aramco reports record profit of $161.1 billion in 2022 https://t.co/W8AXRZV8Dd pic.twitter.com/CmTxfNgxeA
— Reuters (@Reuters) March 12, 2023
อนึ่ง ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดในรอบ 14 ปี โดยทะยานขึ้นเป็นสถิติ 139 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 4,837.62 บาท ) ในช่วงสัปดาห์แรกที่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน
แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงบ้างหลังจากนั้น เนื่องจากสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อ แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง และเป็นอานิสงส์ให้ซาอุดีอารามโก แซงบริษัทแอปเปิลของสหรัฐ ขึ้นสู่การเป็นบริษัทซึ่งมีมูลค่าในตลาดมากที่สุดในโลกได้ในช่วงหนึ่งของปีที่แล้ว ก่อนตกลงมาอยู่ที่อันดับ 3 ในปัจจุบัน รองจากแอปเปิล และไมโครซอฟท์.
เครดิตภาพ : REUTERS



